สมบัติทางกายภาพของดินได้แก่เนื้อดิน โครงสร้างของดิน ความหนาแน่น ความพรุน อุณหภูมิ และสีของดิน เป็นต้น ซึ่งเป็นปัจจัยร่วมที่สำคัญกับธาตุอาหารในดิน เพื่อเพิ่มผลผลิตของพืช มนุษย์รู้จักปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสภาวะที่ไม่เหมาะสมทางกายภาพให้สามารถเพิ่มผลผลิตมานานแล้ว เช่นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของดิน โดยวิธีการไถพรวน ทำการปรับปรุงดินเหนียวให้สามารถถ่ายเทอากาศและระบายน้ำได้ดีด้วยแกลบ ในทางวิศวกรรมมนุษย์ได้อาศัยสมบัติทางกายภาพมาใช้ในการสร้างถนน หรือสร้างอาคาร โดยการเลือกดินที่เหมาะสม ซึ่งใช้ดินที่ไม่หดตัวหรือขยายตัวมากเกินไป ถ้าจำเป็นต้องใช้ต้องมีการตอกเสาเข็มเพื่อป้องกันการเสียหาย

เนื้อดิน
               คำว่า เนื้อดิน หมายถึง ความหยาบ ความละเอียดของดิน ในส่วนของเนื้อดินนั้นเราพิจารณาเฉพาะส่วนที่เป็นอนินทรียสารเท่านั้น ซึ่งมีประมาณไม่เกิน 96 เปอร์เซ็นต์ขององค์ประกอบที่เป็นของแข็ง ส่วนที่ควบคุมเนื้อดินก็คือสัดส่วนระหว่างอนุภาค ทราย (sand) ดินทรายแป้ง (silt) และ ดินเหนียว (clay) นิยมพิจารณาอนุภาคอนินทรียสารที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 2 มิลลิเมตร เนื้อดินไม่มีผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของพืช เนื้อดินมีผลทางอ้อมเนื่องจากเป็นตัวควบคุมสมบัติอื่นๆ ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช เช่นการดูดน้ำ การดูดซับไอออน และการแลกเปลี่ยนก๊าซเป็นต้น

อนุภาคของดิน
              อนุภาคของดิน คือ ชิ้นส่วนของหินและแร่ ที่สลายตัวหรือผุกร่อนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทั้งทางด้านกายภาพและทางด้านเคมี พวกที่ขนาดเล็ก โดยวัดเส้นผ่าศูนย์กลางสมมูลย์ไม่เกิน 2 มิลลิเมตร เรียกว่า ดินผง (fine earth) อนุภาคของดินแบ่งเป็นกลุ่มได้ดังนี้
1. กลุ่มขนาดทราย (sand separate)
2. กลุ่มขนาดทรายแป้ง (silt separate)
3. กลุ่มขนาดดินเหนียว (clay separate)

             เกณฑ์ในการจัดกลุ่มขนาดของอนุภาคดินที่นิยมแพร่หลายมีอยู่ด้วยกัน 3 ระบบ คือ ระบบของสหรัฐอเมริกา ระบบสากล และระบบของยุโรป มีรายละเอียดดังแสดงไว้ในตารางที่ 3.1
ตารางที่ 3.1 เกณฑ์ในการจัดกลุ่มขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของอนุภาคดิน

อนุภาคดิน 
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของอนุภาคดิน วัดเป็นมิลลิเมตร
ระบบสหรัฐอเมริกา
ระบบสากล
ระบบใหม่ของยุโรป
ดินทรายหยาบมาก ( very coarse sand )
ดินทรายหยาบ  ( coarse sand )
ดินทราย  ( medium sand )
ดินทรายละเอียด ( fine sand )
ดินทรายละเอียดมาก  ( very fine sand )
ดินทรายแป้งหยาบ  ( coarse silt )
ดินทรายแป้ง ( silt )
ดินทรายแป้งละเอียด ( fine silt )
ดินเหนียว ( Clay )
1.00 – 2.00
0.50 – 1.00
0.25 - 0.50
0.10 - 0.25
0.05 - 0.10
-
0.002 - 0.05
-
เล็กกว่า 0.002
-
0.20 – 2.00
-
0.02 – 0.20
-
-
0.002 - 0.02
-
เล็กกว่า 0.002
1.00 - 2.00
0.50 - 1.00
0.20 - 0.50
0.10 - 0.20
0.05 - 0.10
0.02 - 0.05
-
0.002 - 0.02
เล็กกว่า 0.002

ที่มา (บุญชุม เปียแดง และคนอื่นๆ, 2526, หน้า 14)

              สมบัติบางประการของกลุ่มขนาดต่าง ๆ ของอนุภาคดิน
ดินผงจะมีขนาดของเส้นผ่าศูนย์กลาง เล็กและใหญ่แตกต่างกันออกไปตั้งแต่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าจนถึงต้องใช้กล้องจุลทรรศน์แบบอิเล็กตรอนส่องดูจึงจะเห็นได้ จึงมีการแบ่งขนาดของอนุภาคดินออกเป็นกลุ่มขนาดต่างๆได้ 3 กลุ่มดังต่อไปนี้คือ

1. กลุ่มขนาดทราย (sand separate) ภาพที่ 3.1 สามารถมองเห็นด้วยตา อนุภาคไม่เกาะยึดกับอนุภาคอื่น ๆ สากมือ ไม่เหนียว ปั้นเป็นรูปต่าง ๆ ไม่ได้ และไม่พองตัวหรือหดตัว ประกอบด้วยแร่ ควอตซ์ และ เฟลด์สปาร์ เป็นส่วนใหญ่
2. กลุ่มขนาดทรายแป้ง (silt separate) ภาพที่ 3.1 สามารถมองเห็นด้วยกล้องจุลทรรศน์ธรรมดามีลักษณะอ่อนนุ่นคล้ายแป้งผัดหน้า มีความเหนียวเล็กน้อย ยึดติดกับอนุภาคอื่นได้เล็กน้อย ปั้นเป็นรูปต่าง ๆ ได้_ซึ่งประกอบด้วยแร่ ควอตซ์ และ เฟลด์สปาร์ เป็นส่วนใหญ่ และมีแร่ดินเหนียวปริมาณเล็กน้อย
3. กลุ่มขนาดดินเหนียว (clay separate) ภาพที่ 3.1 สามารถมองเห็นด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนมีลักษณะเหนียวเหนอะหนะสามารถปั้นรูปต่าง ๆ ได้ดีเมื่อชุ่ม แข็งเมื่อแห้ง พองตัวและหดตัวได้ประกอบด้วยแร่ดินเหนียวเป็นส่วนใหญ่


ภาพที่ 3.1 แสดงขนาดของอนุภาคทราย ทรายแป้ง และดินเหนียว
ที่มา (Anon, 2002)

ประเภทของเนื้อดินโดยทั่วๆไป
              ประเภทของเนื้อดินโดยคิดจากเปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักของ ทราย ทรายแป้ง และดินเหนียวซึ่งเป็นส่วนประกอบของเนื้อดินมารวมกันสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้คือ

1. ดินเนื้อหยาบ (coarse textured soils) เป็นดินที่มีปริมาณอนุภาคทราย มากกว่าอนุภาคทรายแป้งและดินเหนียว ดินชนิดนี้ไถพรวนได้ง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่จับกันเป็นก้อน เรียกดินชนิดนี้ว่าดินเบา (light soil) เนื้อดินในกลุ่มนี้ได้แก่ ทราย และทรายร่วน

2. ดินเนื้อปานกลาง (medium - texture soils) เป็นดินที่มีปริมาณอนุภาคทราย ทรายแป้ง และดินเหนียวไม่แตกต่างกันมากนัก ดินที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่ ดินร่วนปนทราย ดินร่วน ดินร่วนปนดินทรายแป้ง ดินร่วนเหนียว ดินร่วนปนดินทรายแป้ง ดินร่วนปนดินทรายแป้ง และดินทรายแป้ง
3. ดินเนื้อละเอียด (fine - texture soils) หรือดินเหนียว เป็นดินที่มีปริมาณอนุภาคดินเหนียวมากกว่าอนุภาคทรายและดินทรายแป้งมีความเหนียวมากเมื่อได้รับความชื้น เนื้อดินละเอียด ปกติจับกันเป็นก้อน เมื่อแห้งจะแข็ง เวลาไถพรวนต้องใช้แรงมาก เราเรียกดินชนิดนี้ว่า ดินหนัก
(heavy soil) อยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่ ดินเหนียวปนทราย ดินเหนียวปนดินทรายแป้ง และดินเหนียว

ประเภทของเนื้อดินของบุญชุม เปียแดง
บุญชุม เปียแดง (2526) แบ่งประเภทของเนื้อดินตามขนาดต่าง ๆ ของอนุภาคดินโดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักของทราย ทรายแป้งและดินเหนียว สามารถแบ่งดินออกเป็น 12 ชนิด คือ

1. ดินทราย (sand) คือ ดินที่มี ปริมาณ ทราย ตั้งแต่ 85 – 100 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นไป เปอร์เซ็นต์ ปริมาณทรายแป้งบวกกับ 1.5 เท่าของเปอร์เซ็นต์ปริมาณ ดินเหนียวต้องไม่เกิน 15เปอร์เซ็นต์
2. ดินทรายร่วน (loamy sand) เป็นดินที่ประกอบไปด้วยปริมาณ ทราย 70 - 90เปอร์เซ็นต์ และปริมาณทรายแป้ง 0 – 30 เปอร์เซ็นต์และปริมาณ ดินเหนียว 0 – 15 เปอร์เซ็นต์
3. ดินร่วนปนทราย (sandy loam) คือดินที่มีเปอร์เซ็นต์ดินเหนียวน้อยกว่า 20 เปอร์เซ็นต์และเปอร์เซ็นต์ทรายแป้งบวกกับสองเท่าของเปอร์เซ็นต์ดินเหนียวมากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ และทรายมากกว่า 52 เปอร์เซ็นต์ และอีกประเภทหนึ่ง คือ ดินที่มีดินเหนียวน้อยกว่า 7 เปอร์เซ็นต์ มี ทรายแป้งน้อยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ มี ทราย อยู่ระหว่าง 43 ถึง 52 เปอร์เซ็นต์
4. ดินร่วน (loam) เป็นดินที่ประกอบด้วย ดินเหนียว 27 เปอร์เซ็นต์ ทรายแป้ง 28 – 50 เปอร์เซ็นต์ และ ทรายน้อยกว่า 52 เปอร์เซ็นต์
5. ดินร่วนปนตะกอน (silt loam) เป็นดินที่ประกอบไปด้วย ทรายแป้งมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ดินเหนียว 12 – 27 เปอร์เซ็นต์ หรือดินที่มีทรายแป้ง 50 – 80 เปอร์เซ็นต์ และดินเหนียวน้อยกว่า 12 เปอร์เซ็นต์
6. ดินตะกอน (silt) เป็นดินที่ประกอบขึ้นจากทรายแป้งมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ และมีดินเหนียวน้อยกว่า 12 เปอร์เซ็นต์
7. ดินร่วนเหนียวปนทราย (sandy clay loam) คือดินที่มีดินเหนียว 20 – 23 เปอร์เซ็นต์และทรายมากกว่า 45 เปอร์เซ็นต์
8. ดินร่วนเหนียว (clay loam) เป็นดินที่ประกอบไปด้วยดินเหนียว 27 – 40 เปอร์เซ็นต์ และทราย 20 – 45 เปอร์เซ็นต์
9. ดินร่วนเหนียวปนตะกอน (silty clay loam) เป็นดินที่ประกอบไปด้วย ดินเหนียว 27 – 40 เปอร์เซ็นต์และ ทรายน้อยกว่า 20 เปอร์เซ็นต์
10. ดินเหนียวปนทราย (sandy clay) เป็นดินที่ประกอบด้วย ดินเหนียวมากกว่า 35เปอร์เซ็นต์ และทรายมากกว่า 45 เปอร์เซ็นต์
11. ดินเหนียวปนตะกอน (silty clay) เป็นดินที่ประกอบด้วย ดินเหนียวมากกว่า 40เปอร์เซ็นต์ และ ทรายแป้งมากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์
12. ดินเหนียว (clay) เป็นดินที่ประกอบด้วยดินเหนียวมากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ ทรายน้อยกว่า 45 เปอร์เซ็นต์ และ ทรายแป้งน้อยกว่า 40 เปอร์เซ็นต์

หน้า 1  2  3  4  6