ระยะพักรีดนม (Dry period)
             ใช้เวลาพักรีดนม 60 วัน โคช่วงนี้มีความต้องการอาหารเพื่อดำรงชีพ และตั้งครรภ์ การให้อาหารหยาบ :
อาหารข้นอยู่ที่ 70 : 30 อาหารข้นมีโปรตีน 14-15% ให้ 0.5-1 kg/วัน และในช่วงก่อนคลอด 2
สัปดาห์ ควรให้อาหารโครีด เพื่อปรับสภาพกระเพาะให้มีความเคยชินก่อนที่โคจะคลอด และช่วงนี้ควรมี
คะแนนร่างกายอยู่ที่ 3-3.5 คะแนน ส่วนการจัดการควรลดการรีดนมลง เหลือวันละครั้ง และค่อยๆ ลด
จนไม่มีการรีด แล้วจึงสอดยา ก่อนพักรีดจริง 7 วัน นอกจากนี้ ควรทำวัคซีน ถ่ายพยาธิ ให้ไวตามิน AD3E
เสริมแร่ธาตุ และคัดแยกโคก่อนคลอด ไม่ควรทุบตี หรือทรมาณโค หากเต้านมคัดเต้ามาก ไม่ควรรีด อาจ
ใช้น้ำร้อนประคบจนยุบ เพื่อลดการใช้ยาปฎิชีวนะ

รูปที่ 6-27 : แสดงการพักรีดของโคนมฟาร์มเกษตรกร


โรงเรือนและอุปกรณ์ในฟาร์มโคนม
             ควรจะประกอบด้วยส่วนต่างๆ เพื่อให้ปฏิบัติงานได้สะดวกในการจัดการฟาร์ม และองค์ประกอบของฟาร์มควรพิจารณา

ทำเลที่ตั้งฟาร์ม
             บ้านพักอาศัย ควรตั้งห่างจากฟาร์มไม่น้อยกว่า 50 เมตร ฟาร์มอยู่ห่างจากศูนย์รวมน้ำนมดิบ ในรัศมีไม่เกิน 20 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากโรงงานผู้รับซื้อน้ำนมดิบ ไม่เกิน 200 กิโลเมตร ซึ่งจะสามารถป้องกันการแพร่ระบาดโรคจากภายนอกที่จะเข้ามาในฟาร์ม อยู่ห่างจากแหล่งชุมชน โรงฆ่าสัตว์ ตลาดนัดค้าสัตว์ และแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า 5 กิโลเมตร ได้รับการยินยอมจากองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (กรณีจัดตั้งฟาร์มใหม่)

โรงเรือนและอุปกรณ์รีดนม
             ขนาดของโรงเรือนรีดนม และอุปกรณ์รีดนมควรสัมพันธ์กับจำนวนโครีดนมเพื่อสะดวกในการปฏิบัติงาน
บริเวณให้อาหารโค ควรเป็นจุดที่โคสะดวกในการกินอาหาร ต้องออกแบบให้เกิดการสูญเสียอาหารน้อยที่สุด
บริเวณออกกำลังกาย ควรเป็นลานกว้าง สำหรับให้โคเดิน หรือออกกำลัง เพื่อให้โคแข็งแรง สุขภาพดีและป้องกันโรคกีบ
ระบบการให้น้ำ ภายในโรงเรือนแต่ละโรงเรือนต้องมี ที่ให้น้ำ
บริเวณสำหรับการจัดการในการปฏิบัติงาน เช่น ถ่ายพยาธิ ฉีดวัคซีน และที่สำหรับโคป่วย ผสมเทียม คอกคลอด
เส้นทางภายในฟาร์ม สำหรับเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ เช่น รถแทรกเตอร์ รถขนอาหารข้น
บริเวณสำหรับโคสาวหรือโคทดแทน เพื่อเตรียมทดแทนฝูงเดิม ซึ่งจะต้องมีโรงเรือน และมีพื้นที่เพียงพอและเหมาะสม
ระบบการจัดการของเสีย ควรมีระบบรวบรวม และระบายของเสีย เสียหากไม่มีจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพแวดล้อม

รูปที่ 6-28 : แสดงการระบายของเหลวและของเสียที่เกิดขึ้นจากการเลี้ยง

ข้อพิจารณาองค์ประกอบทั่วไป
             หากมีเงินทุนไม่มาก สร้างโรงเรือนจั่ว 2 ชั้น หากมีเงินลงทุนมาก สามารถสร้างเป็นอาคารใหญ่ ลักษณะอาคารสูง 3-4 เมตร โปร่งหลังคาจั่ว 2 ชั้น และเสาควรเป็นคอนกรีตหรือเหล็ก โรงเรือนอยู่ในทิศตะวันตก ตะวันออก การระบายของเสียสามารถใช้รถแทรกเตอร์ดันเข้าได้ และควรกวาดออกจากโรงเรือนได้วันละ 1-2 ครั้ง ส่วนของเหลว ควรสร้างร่องระบายน้ำช่องเปิด กว้าง 20 ซม. ลึก 15-20 ซม. และชายคาควรสูงอย่างน้อย 3 เมตร โรงเรือนโครีดนมควรบริเวณทางเดินเป็นพื้นซีเมนต์กว้าง 2.5-3 เมตร มีรางอาหาร และถนนจ่ายอาหารร่องลึกประมาณ 10-15 ซม. กว้าง 20-30 ซม. ความยาวตามแนวโรงเรือน


รูปที่ 6-29 : แสดงการใช้พัดลมเพื่อจัดการขณะอุณหภูมิสูง

องค์ประกอบสำหรับกิจการฟาร์มโคนม
             ถ้าเป็นอาคารเอนกประสงค์ ควรมีส่วนทำงาน เก็บน้ำนม บริเวณรีดนม ส่วนพยาบาล พักโค กักโค ส่วนพ่นเห็บ และแช่น้ำโคโดย
โรงเรือนนอน มีซองพักนอน ลานพัก รางอาหาร อ่างน้ำ และส่วนกักโคป่วย
โรงอาหารสัตว์ มีโรงผสมอาหาร โรงเก็บหญ้าแห้ง และบ่ออาหารหมัก
ส่วนกักเก็บมูลโค เป็นลานรวมมูลเหลว และลานตากมูล

รูปที่ 6-30 : แสดงเครื่องผสมอาหารสัตว์

รูปที่ 6-31 : แสดงอุปกรณ์การรีดนม
ที่มา : จำเนียร (2546)

รูปที่ 6-32 : แสดงตัวอย่างยาส้อดและการสอดยาเพื่อให้หยุดการสร้างน้ำนม


รูปที่ 6-33 : แสดงปั้มลมสำหรับอุปกรณ์การรีดนมด้วยเครื่องรีดและอุปกรณ์
การจุ่มเต้าหลังรีด

รูปที่ 6-34 : แสดงอ่างน้ำดื่มโคนม

รูปที่ 6-35 : แสดงอุปกรณ์การปฏิบัติการในฟาร์มโคนม

ข้อมูลเฉพาะฟาร์มโคนม (ตัวอย่างฟาร์มโคนมขนาด 100 ตัว)
             เจ้าหน้าที่ต่อโค อัตราส่วนโค 1 : 20-30 ตัว พื้นที่ทำงานประมาณ 5x10 เมตร ซองยืน (STANCHIONS) จำนวน 15-20 ซอง มีซองที่คัดแยกตัว และประตูคัดแยกความยาว 10-15 เมตร คอกคลอดขนาดพื้นที่ 3x4 เมตร/ตัว ส่วนลูกโคแรกเกิด –1 เดือน ควรเป็นแบบขังกรงเดี่ยวยกพื้น 0.8x1.3 เมตร สูง 0.50 เมตร ปกติ ความต้องการพื้นที่ต่อตัวลูกโคอายุ 1-2 เดือน 25 ตร.เมตร/ตัว ลูกโคอายุ 3-4 เดือน 30 ตร.เมตร/ตัว ส่วนโคโตเป็นซองนอนอายุ 2-4 เดือน ควรมีขนาด 2x4 ฟุต/ตัว และอายุ 4-8 เดือน ขนาด 2.5x4.5 ฟุต/ตัว อายุ 8-18 เดือน ควรมีขนาด 3x3 ฟุต/ตัว และอายุ 18 – ตั้งท้อง ขนาด 3.5x6 ฟุต/ตัว ถ้าเป็นกรงรวม แรกเกิด – 8 สัปดาห์ พื้นที่กรง 1.1 ตร.เมตร/ตัว และถ้าแรกเกิด – 12 สัปดาห์ พื้นที่กรง 1.5 ตร.เมตร/ตัว

รูปแบบโรงเรือนโคนม
             โรงเรือนแบบผูกยืนโรง (Stanchion barn) โคมีพื้นที่จำกัด โรงเรือนแบบมีซองสำหรับโค 1-2 แถว ถ้ามีจำนวนมากนิยมแบ่งเป็น 2 แถว ทั้งหันหน้าเข้าหากัน หรือหันหน้าออกจากกัน ส่วนรางอาหารควรกว้างประมาณ 0.6 เมตร (0.5 – 0.7 เมตร) สูงประมาณ 0.2 เมตร และควรอยู่ต่ำกว่าบริเวณให้อาหาร ซองโคควรกว้าง 1.1 เมตร ยาว 1.5-1.6 เมตร ระบบระบายของเสียกว้างไม่น้อยกว่า 0.8 เมตร และพื้นคอนกรีตความหนาไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร
ข้อดี สามารถดูแลโครายตัวเพื่อ ปรับสภาพให้เหมาะสม กินอาหารได้เต็มที่ สามารถสังเกตรูปร่างโคได้ง่าย กำจัดมูลโค และใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อเสีย สูญเสียแรงงาน การรีดนมยาก เกิดโรค และขยายโรงเรือนได้ยาก

             โรงเรือนแบบปล่อยอิสระ (Loose housing) เป็นระบบที่แยกกันของโรงเรือนรีดนม โรงเรือนแบบนี้ โคจะกินอาหารอย่างอิสระ ป้องกันการบาดเจ็บของโค และสามารถทำความสะอาดได้ง่าย
ข้อดี ใช้แรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดต้นทุนโรงเรือน บาดเจ็บน้อย ไม่พบการปนเปื้อนของฝุ่นในน้ำนม และสะดวกต่อการขยายโรงเรือน
ข้อเสีย ดูแลโครายตัวลำบาก การแพร่กระจายโรคได้ง่าย และต้องใช้เวลาในการคัดเลือกหรือตรวจการเป็นสัด

รูปที่ 6-36 : แสดงโรงเรือนแบบปล่อยอิสระ
ที่มา : จำเนียร (2546)

             โรงเรือนแบบซองนอน (Cubicle house) ขนาดที่ใช้ซองนอน ถ้าเป็นแถวเดี่ยวยาว 2.3 เมตร ส่วนแถวคู่ยาวประมาณ 1.3 เมตร กว้าง 1.15-1.20 เมตร พื้นรองนอนที่นิยม คือ ฟางเพราะมีราคาถูก ดูดซึมของเสียได้ดี โดยจะปูฟางหนา ประมาณ 50 mm และจะเปลี่ยนฟาง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ทรายหนาประมาณ 50-80 cm และควรทำความสะอาดบริเวณที่เปื้อน หรืออาจเปลี่ยน 2-3 สัปดาห์/ครั้ง

             คอกคลอดลูกและคอกโคป่วย (Calving and Isolation boxes) ควรมีจำนวนประมาณ 5 คอกต่อโค 100 ตัว ส่วนคอกโคป่วยควรแยกจากโรงเรือนโคปกติ ทั้งคอกคลอด และคอกโคป่วยควรเป็นคอกเดี่ยว ขนาดประมาณ 4x4 เมตร


รูปที่ 6-37 : แสดงคอกคลอดลูก
ที่มา : วิโรจน์ (2546)

หน้า  1  2  3  4  5  6  7  8  9  10