การหาน้ำหนักตัว
สามารถหาได้จากการชังน้ำหนัก หรือหาจากการประมาณการรอบ อกเทียบตาราง


รูปที่ 6-11 : แสดงการหาน้ำหนักตัวโดยการชังน้ำหนัก

รูปที่ 6-12 : แสดงอุปกรณ์การหาน้ำหนักตัวโดยการประมาณการรอบ อก


โรคสำคัญทางการผลิตสัตว์เคี้ยวเอื้อง
             การรู้จักโรค ถือเป็นสิ่งสำคัญของการป้องกันและการควบคุมการกระจายเชื้อโรค อันจะเกิดการสูญเสียขึ้นภายในฟาร์ม การป้องกันอาจทำได้โดยการทำลายเชื่อโรคก่อนเข้าและออกจากฟาร์ม โดยมีบ่อน้ำยาฆ่าโรค หรือมีการพ่นน้ำยาฆ่าเชื่อโรค ก่อนเข้าฟาร์ม
การป้องกันการสะสมของเชื้อโรคในฟาร์ม พื้นคอกและโรงรีดต้องแห้งและสะอาด รางอาหารไม่มีอาหารตกค้าง มีโปรแกรมการให้วัคซีนแท้งติดต่อ สเตรน 19 แก่ลูกโคเพศเมีย รวมทั้งวัคซีนโรคปากเท้าเปื่อย และโรคเฮโมรายิกเซพติกซีเมีย และมีโปรแกรมการกำจัดพยาธิภายในและภายนอก โดยปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ผู้ดูแลฟาร์ม รวมทั้งมีการดูแลตัดแต่งกีบโคทุกตัว เพื่อให้โคเดินได้สะดวกไม่เป็นการทรมานสัตว์ มีการตรวจวัณโรคและโรคแท้งติดต่อ เป็นประจำอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และรับรองผลการตรวจโดยสัตวแพทย์ผู้ดูแลฟาร์ม
โคนมที่ซื้อเข้าฟาร์มจะต้องได้รับการตรวจรับรองสุขภาพจากสัตวแพทย์ผู้ดูแลฟาร์มในกรณีเกิดโรคระบาดต้องแจ้งสัตวแพทย์ประจำท้องที่ และปฏิบัติตามระเบียบที่กำหนดโดยพระราชบัญญัติโรคระบาด พ.ศ. 2499 และ พ.ศ. 2542 และแยกสัตว์ป่วยออกจากฝูง

รูปที่ 6-13 : แสดงการสะสมของเชื้อโรคในฟาร์ม


1) Foot and Mouth Disease or FMD (โรค ปากและเท้าเปื่อย)
สาเหตุ เกิดจากเชื้อไวรัส Genusiarhinovirus
อาการและวิการ ไข้สูง ซึม ไม่กินอาหาร ให้นมลด เดินลำบาก น้ำหนักลด น้ำลายเป็นฟอง
ยืดแท้งลูก มีตุ่มบริเวณริมฝีปาก ลิ้น เพดาน เหงือก แก้ม ซอกกีบ หรือ
อาจพบที่หัวนม เต้านม ที่กระเพาะอาหารและลำไส้
ป้องกัน - ทำวัคซีน ( Aqueous Vaccine ) เชื้อเป็น แบบเอเควียสฉีด
ครั้งละ 2 ml ใต้ผิวหนังในสัตว์อายุ 6 เดือน ขึ้นไป แล้วฉีดซ้ำครั้งที่ 2 ในระยะ 3 เดือน จากนั้นฉีดทุก ๆ 6 เดือน ถ้าอายุน้อยกว่า 6 เดือน ควรฉีด 3 ครั้ง โดยเริ่มฉีดในครั้งแรกถึงครั้งที่ที่ 2 ระยะห่างจากัน 3 เดือนและห่างจากครั้งที่ 2 ห่างอีกอีก 3 เดือน จากนั้นทำการฉีดซ้ำทุก ๆ 6 เดือน ( การเก็บรักษาควรเก็บไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา อุณหภูมิ 2-5 ?C หรือ กระติกน้ำแข็งห้ามเก็บในช่องแช่แข็ง )
- ป้องกันพื้นคอกไม่ให้เปียก
- ทำลายเชื้อโรคก่อนนำโคเข้าเลี้ยงใหม่ เช่น ใช้โซเดียมไฮดรอกไซด์ 2%, โซเดียมคาร์บอเนต 4% และพวกฟอร์มาลิน
การรักษา ไม่มีการยารักษาโดยตรง รักษาเพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนได้โดย
- ใช้ยาสมานแผลอย่างอ่อน ที่ปากพวก
1) กลีเซอรีน
2) คอพเปอร์ ซัลเฟต 2 %
3) บอแรกซ์ 2 %
4) โปแตสเซียม คลอเรท 2 %
5) ไบคาร์บอนเนต 5 %
6) ยา Negasunt
- เจนเซียนไวโอเล็ท ป้ายลิ้น หรือ แผล
- โรยจุนสีบริเวณกีบที่เน่าหรือแช่เท้าใน Formaldehyde อย่างเจือจาง 2-5% ผสม ผงจุนสี 5 %
- ใช้ยา Antibiotic
1) เทอรามัยซิน
2) Penicillin
3) สเตรพโตมัยซิน
4) Sulfmethazine or Sulphapyidine 0.15 gm/kg
5) เตตระไซคลิน ป้องกันโรคแทรก

การรักษาแบบพื้นบ้าน
1) ใช้ทิงเจอร์ม่วง หรือยอดมะกอกตำกับเกลือทาบริเวณ แผลในปาก
2- 3 วันติดต่อกัน
2) ใช้ไพรสด 2 แง่ง ตำผสมกับเกลือเม็ด 1 กำมือ ล้วงปากและพอกที่
กีบโค จะสมานแผลภายใน 2 สัปดาห์
3) หากกีบเน่า ให้ใช้ลูกเหม็นตำละเอียดผสมน้ำมะพร้าวหรือน้ำมันดิบทาจะทำให้ไม่มีหนอนมากวน
4) บอระเพ็ด, เกลือ, ไพร อย่างละ 1กำ แล้วตำให้เข้ากันใช้ถูกบริเวณปาก วันละครั้ง
5) เพาลูกมะกอกและไม้สักแล้วนำมาผสมเข้ากันเติมน้ำปลาเป็นกระสายจะทาที่ปาก
6) ต้มเปลือกแต้กับเกลือ
7) นำเปลือกแต เปลือกประดู่ เปลือกต้นจิก สีเสียดต้มรวมกัน นำมาล้างปากและแช่เท้า
8) เปลือกมะม่วงหิมพานต์ เกลือแช่รวมกันนำมาล้างปากและเท้า
9) ใช้เปลือกมะกอก 1 kg เกลือ 0.5 kg ต้มแล้วปล่อยในเย็น เวลาใช้ใช้สาดบริเวณกีบเท้าโค
10) ใช้เปลือกมังคุดนำไปฝนกับน้ำปูนแดง (ส่วนใส) ทาที่กีบเท้า
หมายเหตุ : ในโคบางตัวเมื่อได้รับวัคซีน โรคปากและเท้าเปื่อย แล้วเชื้อจะเข้าไปอยู่ภายในตัวและกลายเป็นตัวอมโรค แพร่เชื้อให้กับตัวอื่นได้ นอกจากนี้โรคปากและเท้าเปื่อยยังไม่สามารถส่งออกไปยังประเทศที่ปลอดโรคนี้ได้ เหตุผลเมื่อเรามีการใช้วัคซีนตัวนี้ก็คือว่าเรายอมรับว่ามีเชื้ออยู่จริง
- อาจสับสนกับโรค Mycotic Stomatitis, Ulcerative Stomatitis,
Actinomycosis, Foot rot, Cow Pox.
- ช่วงของการรักษา สัตว์อาจต้องการอาหารอ่อน ๆ พวก รำต้น น้ำ น้ำข้าว หรือ
อ่อนนอกจากนั้นก็ควรให้ยาบำรุงด้วย

2) Anthrax or Splenic Fever and Charbon (โรคกาลี)
สาเหตุ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Bacillus anthracis
อาการและวิการ โรคนี้แสดงอาการได้ 2 แบบ คือ แบบรุนแรงเฉียนพลัน และแบบเฉียบพลัน
แบบรุนแรงเฉียบพลัน : มีไข้สูง ไม่กินอาหาร ชัก ปัสสาวะเป็นเลือด แท้งลูก เลือดออกปาก จมูก หู ตา เลือดไม่แข็งตัว บวมน้ำบริเวณ หน้าอก คอ สะโพก ต้นบน สวาบ ตายซากไม่แข็ง ท้องเสีย นอกจากนี้เลือดออกบริเวรกล้ามเนื้อใต้ผิวหนังเยื่อเมือก ม้ามขยายมีสีดำ และยุ่ย
แบบเฉียบพลัน : จะมีการกระวนกระวายมีไข้สูงประมาณ 107?F ไม่กินอาหาร ซึมผอมแท้งลูกในท้อง มีเลือดปนน้ำนม บวมบริเวณ ลำคอ ทวาร ท้อง
ป้องกัน - ทำวัคซีนเชื้อเป็น (Anthrax Spore vaccine) จะฉีดให้โคหย่า
นมแล้วฉีดทุก ๆ ปี ฉีดใต้ผิวหนัง 1 ml จะสร้างภูมิคุ้มกันหลัง
ฉีด 2 – 3 สัปดาห์ และคุมโรคได้นาน 1 ปี ในเขตระบาดจะฉีด
ทุก ๆ 6 เดือน และไม่ควรฉีดกับโคท้อง ควรเก็บไว้ในที่มืดและ
เย็นหรือในตู้เย็น เมื่อทำวัควัคซีนแล้ว (ก่อนทิ้งควรมีการฆ่าเชื้อ
โดยการต้มหรือเผาเข็ม, กระบอกฉีดและขวดบรรจุ เพื่อป้อง
กันการแพร่กระจายของเชื้อ)
- ทำความสะอาดคอกด้วยโซดาไฟ 2% บริเวณพื้นคอก อุปกรณ์
และควบคุมพวกเห็บและเหลือบ
- ทำการฆ่าเชื้อสปอร์ของเชื้อแอนแทรกซ์
พีนอล 5% ใน 20 นาที
กรดไฮโดรคลอริค 0.5 % ใน 20 นาที
โซเดียมไฮดรอกไซค์ 5% ใน 10 นาที
ฟอร์มาลิน 10% .ใน 15 นาที
ฟอร์มาลิน 3%peracetic acid
การรักษา - ใช้ยาAntibiotic เช่น Penicillin and เทอรามัยซิน ฉีด 1 ml ใต้ผิว
หนังหรือ ฉีด Penicillin เข้ากล้ามเนื้อ 5 ล้านยูนิต วันละ 2 ครั้ง
เช้า-เย็น
- ถ้าดื้อยาก็ให้ใช้ สเตรปโนมัยซิน
- อาจใช้ Penicillin + สเตปโตมัย เข้ากล้ามเนื้อทุก 12 ชั่วโมง
นาน 5 วัน หรือ ยา Antibiotic ตัวอื่น เช่น อ๊อกซีเตตราซัยคลิน
2 mg/ปอน หรือ จนไม่มีอาการ
- Penicillin ขนาด 10,000 I.U./kg วันละ 2 ครั้ง
- อ๊อกซีเตตราซัยคลิน ขนาด 5mg / kg /วัน ติดต่อนาน 5 วัน
- ทำลาย โดยการฝังลึกประมาณ 3 เมตร โรยปูนขาวบนตัว
ให้ทั่วก่อนกลบ
- ให้แอนติ – แอนแทรกซ์ซีรัม โคขนาดใหญ่ให้ 100-300 CC
เข้าเส้นเลือดดำ โคขนาดเล็ก 50-100 CC เข้าเส้นเลือดดำ +
Penicillin
- เตตระไซคลิน ติดต่อกัน 3-4 วัน

หมายเหตุ : - สามารถติดต่อถึงคนได้ นอกจากนี้หากพบต้องทำการแจ้งและห้ามผ่าซาก
โดยเด็ดขาด
- โรคนี้อาจสับสนกับโรค Malignant Oedema, Bacillary Hemoglobinuria,
and Piroplasmosis

3) Heamorrhagic Septicemia or Pasteurellosis, Shipping Fevor, Stockyerds
Disease, Stockyards Pneumonia, Enzootic Pneumoria of Cafves and Barbone
(โรค คอบวม)
สาเหตุ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย พวก Pasteurella multocido
อาการและวิการ มีการบวมน้ำ หายใจลำบาก มีน้ำมูกและน้ำลายไหล เป็นไข้สูง
41-42 ?C มีการตกเลือกเป็นจุด อ่อนเพลีย ปอดอักเสบ ในคอ
หอย หอบ ไอ เยื่อบุในปากขอบตาแดงเข้ม ท้องผูก อุจาระเป็น
เม็ด ต่อมาท้องร่วง และต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ
ป้องกัน - ทำวัคซีน Haemorrhagic Septicaemia Vaccine (เชื้อตาย)
จะทำในสัตว์หลังหย่านม ซึ่งจะทำก่อนต้นฤดูฝน และทำ
ประมาณ 2 สัปดาห์ ก่อนการเคลื่อนสัตว์ จะฉีดเข้าไปใต้ผิวหนัง
ตัวละ 3 ml คุมโรคได้ 4- 6 เดือน
- ก่อนนำสัตว์เข้าใหม่ควรกักเช็คก่อน 2-3 สัปดาห์
- ไม่ควรทำให้สัตว์เครียด

การรักษา - Oxytetraeyeling and Penicillin 1 ml/ 10 kg เข้ากล้ามเนื้อ
- Sulfar trimetroprime 10 mg/Kg เข้า เส้นเลือด สเตรนโตมัยซิน
3 ml บริเวณใต้ผิวหนัง 10 mg/kg เข้าเส้นเลือด
- ซัลฟาเมอราซีน หรือ เตตระไซคลิน ฉีดเข้ากล้ามเนื้อหรือเข้า
เส้นเลือดติดต่อกัน 3-4 วัน
- ตำไพล 1 กำมือ และเกลือและใส่มะขามเปียกพอประมาณผสม
ให้ เข้ากัน นำไปล้วงคอบริเวณตุ่มให้กิน

หมายเหตุ : วัคซีนโรคนี้สัตว์มีโอกาสแพ้สูง

4) Tuberculosis or Pearly Disease, Serofula, Consumption and Phthsis (โรควัณโรค)
สาเหตุ เชื้อแบคทีเรียพวก Mycobacterium tuberculosis
อาการและวิการ ต่อมน้ำเหลืองขยาย (คอ) ซึม เบื่ออาหาร มีน้ำมูก เสมหะ ผอม ไอ
หอบ หายใจเร็ว หายใจลำบาก ท้องผูกและร่วงสลับกัน ผิวหนัง
หยาบกร้าน ต่อมน้ำเหลือง ปอด เยื้อหุ้มปอด ตับ ม้าม เยื่อบุช่องท้อง
ลูกอัณทะบวมโต
ป้องกัน - มีการตรวจประจำปี โดยการทำ Tuberculin Test ซึ่งจะฉีด
Tuberculin ปริมาณเล็กน้อยประมาณ 0.5 – 0.1 CC เข้าชั้นผิวหนัง
ใกล้โคนหางขวา ต้นคอ หรือ แผงคอ ทิ้งไว้ ประมาณ 72 ชั่วโมง ดู
ปฏิกิริยา ถ้าผลเป็นบวก จะมีการบวมแดง หนากว่า 5 mm เกิดขึ้น
บริเวณที่ฉีด ซึ่งจะต้องรักษา หรือ ทำลายต่อไป
- ทำการฆ่าเชื้อโรค บริเวณรางน้ำ รางอาหาร พื้นคอก ด้วยพีนอล
5% เป็นประจำ
- ไม่ควรเลี้ยงหนาแน่นมากนัก และไม่ควรทำให้สัตว์อยู่ในสภาวะเครียด
- ระวังลูกโคกินนมดิบจากแม่ที่มีเชื้อเพราะเชื้อโรคสามารถติดต่อทางน้ำนมได้
การรักษา - มักไม่นิยมรักษา เพราะสิ้นเปลืองและทำให้โรคแพร่ระบาดได้
- สเตร็พโตมัลซิน ควบกับ พารา – อะมิโนซาลิซี และอาจให้ยากิน
เช่น Isoniazid อ๊อกซีเตตราซัยคลิน และ ไดมีตอน
- ทำลายหรือแยกออกจากฝูง

หมายเหตุ : - สามารถติดต่อถึงคนได้
- อาจสับสนกับโรคเนื้องอก, พยาธิ, โรคคอกซิดิออยโคโมโคซิส, โรคฮิสโตพลาสโมซิส, โรคแอคติโนแบคซิลโลซิส, โรคมิวคอร์ไมโดซิส


4) Brucellosis or Contagious Abortion Infecfiovs Abortion, Enzootic Abortion, Slinking
of the Ealf and Bang’s Disease (โรคแท้งติดต่อ)
สาเหตุ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียพวก Brucella abortus
อาการวิการ มีไข้สูง เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย เต้านมอักเสบ ปอดและคอบวม
มดลูกอักเสบ ขากะเพลก แท้ง ลูกอัณฑะอักเสบ อาจเกิดโลหิตเป็น
พิษอักเสบ เป็นหมันต่อมน้ำเหลืองท้องร่วงในโค บวมที่ข้อ
น้ำนมลด รกอักเสบ และค้าง
ป้องกัน - ทำวัคซีน Brucellosis, Strian 19 (เชื้อเป็น) จะสะสมวัคซีน
ด้วยน้ำยาละลายแนบพร้อมกับวัคซีน 10 ml เขย่า ฉีด
เข้าใต้ผิวหนัง ตัวละ 2 ml ในส่วนที่ละลายควรใช้ให้หมดภายใน
ชั่วโมงและในการฉีดนั้นจะต้องฉีดให้ลูกโคเพศเมีย อายุไม่เกิน
8 เดือน 1 ครั้งจะคุ้มโรคได้นาน 7 ปี (ควรทิ้งหรือเผาขวดทันที่ที่ใช้หมดแล้ว และไม่ควรนำโคไปบริโภคหลังฉีดภายใน 21 วัน) การเก็บวัคซีนควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 2-5 ?C หรือกระติกน้ำแข็ง
- ทำการตรวจประจำปีโดยเฉพาะในโคนมและโคเนื้อบางส่วน
เพื่อตรวจสอบภูมิคุ้มโรคจากการเจาะเลือดในเมีย โดยวิธี
Milk Ring Test or Rapid Whole Blood Test
- ต้องระวังการนำโคเข้ามาเลี้ยงใหม่ และบุคคลภายนอกที่จะ
เข้ามา
- ทำการแยกลูกคลอดใหม่ ไปเลี้ยงต่างหาก
- ตรวจเลือดสัตว์ทุก 6 เดือน

รูปที่ 6-14 : แสดงการเจาะเลือดโคนมเพื่อนำไปตรวจ


การรักษา - ใช้วัคซีนบรูเซลราอะบอร์ตัส strian 19 ฉีดให้ 3 ครั้งละ
10 วัน
- Doxycyclnie 4 mg/kg + Sulfur 20 mg/kg บริเวณ
กล้ามเนื้อ

หมายเหตุ : - สามารถติดต่อสู่คนได้ เช่น ทางน้ำนมดิบหรือการสัมผัสน้ำเมือก
- อาจเกิดขึ้นกับโรค Vibriosis, Trichomoniasis, Leptospirosis.

6) White Scours Ifectious Oharrhea (โรค ท้องร่วงติดต่อในลูกโค)
สาเหตุ เกิดจากเชื้อจุลินทรีย์และไวรัส
อาการ อุจจาระเหลว ลูกโคจะซึม กินอาหารน้อย
ป้องกัน - ให้ลูกโคกินนมวันละ 10 % ของน้ำหนักตัว
- ทำความสะอาดคอก
- ลูกโคไม่ควรอยู่กันอย่างหนาแน่น
การรักษา ฉีด Baterin ให้แม่โคอุ้มท้องในระยะ 3 สัปดาห์ และ 1 สัปดาห์ก่อนคลอด ส่วนลูกโคกิน Nitrofurazone และ Neomycin

7) Rinderpest or Cattle Plague, Oriental Rinderperst, Peste Bovine, Teachuma,and
Typhus Bovum Contagious (โรค รินเดอร์เปสต์)
สาเหตุ เกิดจากเชื้อไวรัส Tortorbovirus
อาการและวิการ มีไข้สูง จมูก และปากแห้ง ท้องผูก น้ำมูกและน้ำตาไหล ไอ
เบื่ออาหาร กระวนกระวาย ผิวหนังลอกหลุด ที่เต้านม อัณฑะ
โคนขาหลังด้านใน คอโคนหาง อวัยวะเพศ จากนั้น 5-6 วัน จะมี
อุณหภูมิที่ร่างกายลดลง มีอาหารท้องร่วง อุจจาระดำปนเลือด
ยื่นตัวโก่ง ซึม และมักตาย อัตราการตายของโรคนี้ สูงถึง 80-90% เคี้ยวเอื้อง ซึม กลัวแสง พบเลือดคั่งตามเยื่อเมือกทำไป จุดเนื้อ พบตุ่มเล็กบริเวณเหงือก ริมฝีมากด้านใน แก้ม ลิ้นคอ และมีเลือด คั่งที่ตับ ม้าม ลำไส้เล็ก อวัยวะสืบพันธุ์ กระเพาะปัสสาวะ มดลูก ไตมีจุดเลือดออก และลำไส้ใหญ่ส่วนปลายอักเสบ
ป้องกัน ทำวัคซีนเ Lapinized Avianied Rinderpeast vaccine
(เชื้อเป็น) ละลายวัคซีน 1 ขวดกับน้ำยาละลาย 3- 4 ml ในหลอด
วัคซีนเขย่า ให้เข้ากันจากนั้นเทผสมกับน้ำยาละลายเขย่านำไป
ฉีดใต้ผิวหนัง ตัว ละ 2 ml

การรักษา - ไม่มียารักษา
- แต่อาจใช้ยา Antibiotic + ยาในกลุ่ม Sulfa ป้องกันโรค
แทรกซ้อน

หมายเหตุ : อาจสับสนกับโรค Malignant Catarrhal Feveror Foot and Mouth Disearse,
Apthous Stomatitis, Coccidiosis and Mucosal Disease

8) Mastitic Milk (เต้านมอักเสบ)
สาเหตุ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียหลายชนิด เช่น Streptococus agalactiae, Staphylocoas aureus, Eschericchia coli Corynebacterium bovis และอื่น ๆ
อาการและวิการ มีไข้ ซึม เบื่ออาหารเต้านมบวมแดง ร้อน แข็ง น้ำนมมีสีเข้มขึ้น
ปริมาณน้ำนมลด


รูปที่ 6-15 : แสดงการทำลายของเชื้อแบคทีเรียต่อการเกิดเต้านมอักเสบ
ที่มา : Harding (1995)

ป้องกัน - ควรรีดนมให้หมดไม่ควรให้น้ำนมคัดเต้า
- ควรใช้น้ำยาจุ่มเต้าทุกครั้งหลังรีดน้ำยาที่ใช้คือ คลองเฮกซิดี
(0.5 %) โอโดฟอร์
- ระยะพักการให้นมควรใช้ ยาการค้าที่มีตัวยา Cloxacillin,
(as benazthine salt) 500 mg + Ampicill in (as the trihydrate) 250 mg ( 0.5 % - 1.0 % ของตัวไอโอดีน ) ไฮโปคลอไรท์ ( 4%) และคลอรีน 200 ppm
- ไม่ควรให้โคอยู่รวมกันหนาแน่นเกินไป
- ไม่ควรให้โคเดินไปบริเวณที่ชื้นแฉะในคอก
- ภายในคอกควร ไม่มีการหมักหมมของอุจจาระ และปัสสาวะ
มากนัก
- ในกรณีที่พบควรรีดนมเป็นตัวสุดท้ายและเต้าที่เป็นก็รีด เป็น
เต้าสุดท้าย ( ด้วยมือ ) อาจจะนำนมที่ได้ไปให้ลูกกินแทนนมที่
ผสมเอง
- โคที่เป็นเต้านมอักเสบเรื้อรังควรคัดทิ้งแลไม่ควรนำไปบริโภค
ทันทีหลังการให้ยา
- ปรับปรุงการจัดการวัสดุรองนอน
- การมีการตรวจสอบการอักเสบของเต้านมทุกเต้า โดย
Californian Mastitis Test (CMT) ซึ่งเป็นตัวบอกปริมาณของ
เม็ดเลือดขาวในน้ำนม ถ้าปริมาณของเม็ดเลือดขาวต่ำกว่า 5
แสนเม็ดต่อ 1 CC ถือว่าไม่เป็นหรือการตรวจเบื้องต้นแบบง่าย
ที่เรียกว่า Stripcup Test ก็สามารถช่วยในการคุมโรคได้มาก
- ก่อนวัดควรทำความสะอาดมือทุกครั้งด้วยสบู่หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ

รูปที่ 6-16 : แสดงอุปกรณ์และการตรวจเต้านมอักเสบ Californian Mastitis Test (CMT)


การรักษา ใช้ยา Antibiotic เข้าเต้านม ยาการค้าที่มีตัวยาพวก Ampicillin, as
Sodium Salt 75 mg + Cloxacillin, as Sodium Salt 200 mg
และฉีดเข้ากล้ามเนื้อควบคู่กัน ยาที่ใช้พวก
Penicillin
สเตรบโตมัยซิน
คลอแรมเพนิคอล
ออริโอมมัยซิน
นีโอมัยซิน
การใช้ยาเพื่อเสริมจากการรักษา
Streptokinasa
Streptodornass
อ๊อกซี่โตซิน ช่วยขับน้ำนม หรือของเสียออกจากเต้านม

หมายเหตุ : หลังฉีดยาห้ามนำนมไปบริโภคก่อน 72 ชั่วโมง

รูปที่ 6-16 : แสดงอุปกรณ์และการตรวจเต้านมอักเสบ Californian Mastitis Test (CMT)

การรักษา ใช้ยา Antibiotic เข้าเต้านม ยาการค้าที่มีตัวยาพวก Ampicillin, as
Sodium Salt 75 mg + Cloxacillin, as Sodium Salt 200 mg
และฉีดเข้ากล้ามเนื้อควบคู่กัน ยาที่ใช้พวก
Penicillin
สเตรบโตมัยซิน
คลอแรมเพนิคอล
ออริโอมมัยซิน
นีโอมัยซิน
การใช้ยาเพื่อเสริมจากการรักษา
Streptokinasa       ช่วยทำลายหนองในเต้านม
Streptodornass
อ๊อกซี่โตซิน ช่วยขับน้ำนม หรือของเสียออกจากเต้านม

หมายเหตุ : หลังฉีดยาห้ามนำนมไปบริโภคก่อน 72 ชั่วโมง

9. Milk Fever (โรค ไข้นม)
สาเหตุ เกิดจากการสูญเสียแร่ธาตุ แคลเซียมไปในการสร้างการเจริญเติบโตของ
ลูกใน ท้องหรือเกิดจากการสร้างน้ำนมในปริมาณมากจนทำให้โคไม่
สามารถต้านทานได้
อาการ ระดับแคลเซียมในเลือดต่ำกว่าปกติ กล้ามเนื้อสั่น พบอาการทาง
ประสาท เช่น อัมพาต เนื่องจากการดูดซึมแคลเซียมจากอาหาร ไม่เพียง
พอกับที่สูญเสียไปในนม นอกจากนี้ยังเสียการทรงตัว ตื่นเต้น ตกใจง่าย
ลุกไม่ขึ้น ม่านตาขยาย
ป้องกัน - พยายามรักษาปริมาณของแคลเซียมและฟอสฟอรัสในสูตรอาหารให้
อยู่ในสภาพสมดุล
- ให้แคลเซียมในระดับต่ำ เพื่อช่วยกระตุ้นในการทำงานของต่อม
พาราไทรอยด์
- ให้แร่ธาตุทีมีความเป็นกดสูง เช่น เกลือซับเฟส หรือ คลอไรด์ในระดับ
สูงจะช่วยลดการการเกิดของโรคนี้
- ให้ Vitamin D วันละ 20 ล้านยูนิตในรูป irradiated yeast 4-7 วันก่อน
ถึงวันคลอด
- ให้อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรท ในระยะโคพักตัวอย่างพอเพียง
การรักษา ฉีดแคลเซียมกลูโคเนต 20 % เข้าเส้นเลือด ปริมาณ 250 – 500 CC

หมายเหตุ : โรคนี้มักพบในโคนนมมากกว่าโคเนื้อ

10. Bloat or Runinal Tympany and Tympanites (โรคท้องอืด)
สาเหตุ เกิดจาก 1. การกินพืชตระกูลถั่ว (Legume Bloat)
2. จากฟองอากาศ (Frothy Bloat)
3. จากการกินเมล็ดธัญพืช, (Grain Bloat)
แก๊สที่อยู่ในกระเพาะไม่ขับออกมา โดยปกติโคจะมีการขับแก๊สออกมา เช่นในช่วงพักผ่อน แก๊สที่พบจะเป็นแก๊สมีเทนโคจะนอนทางด้านซ้ายเสมอ เป็นการทับหรือกดกระเพาะรูเมน ทางด้านสวาปซ้าย ให้มีการขับแก๊สออกมาแต่ท้องอืดนั้นจะมีแก๊สอยู่ในกระเพาะมากผิดปกติ
อาหาร - ท้องอืด ขยายใหญ่ บริเวณสมาบซ้ายบน ล้มตัวนอนราบกับพื้น
ลิ้นห้อย น้ำลายไหล อ้าปาก และจะตายในที่สุด PH ในรูเมน
และเลือดต่ำ การหายใจล้มเหลว สัตว์ลุก ๆ นอน ๆ ตลอดเวลา
ยกขาขึ้นสู่อากาศ เท้าแตะท้อง
ป้องกัน - ควรให้อาหารข้น ในปริมาณน้อยในช่วงแรก ๆ แล้วคอยเพิ่มขึ้น
- ในทุ้งหญ้าควรมีพืชตระกูลถั่วไม่เกิน 50% พืชอาหารสัตว์ทั้งหมด
- ควรให้หญ้าแห้งหรือฟางปนเข้ากับการให้ถั่วสดหรือหญ้าสด
- ไม่ควรให้โคกินพืชตระกูลถั่วติดต่อกันเป็นเวลานาน
การรักษา หากพบว่าเป็นน้อย
ให้โคยืนบริเวณที่ลาดชันให้ขาหน้าสูงกว่าขาหลังแล้วเลือกปฏิบัติดังนี้
1) ใช้น้ำมันสน 100 CC ผสมน้ำ 900 CC กรอก หรือน้ำมันสน 2-3 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำขวดเหล้าแม่โขงกรอก
ทุก ๆ 2 –3 ชั่วโมง
2) ใช้ผงซักฟอก 1 ช้อน น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะผสมน้ำขวดแม่โขง กรอกทุก 2 – 3 ชั่วโมง
3) พาราฟินเหลว 500-600 CC สอดท่อให้ผ่านหลอดอาหาร
เพื่อให้ก๊าซระบายได้สะดวก โดยใช้ในปริมาณครั้งละ
200-250 CC อาจผสมผงสบู่ด้วยก็ได้
4) พาโควิ่งหรือสอดท่อลงปากเพื่อระบายแก๊สให้เร็วขึ้น
5) เผาร่มกระดาษกับกำมะถันให้สัตว์ดม
6) ใช้ใบตำลึง 3 กำมือ ผสมดินสอพองพอควรแล้วตำให้เข้ากันใส่น้ำแช่แล้วคั้นนำมากรอกให้กินครั้งละ 1 - 2 ขวดแม่โขงวันละครั้งทุกวัน
หากพบว่ามีความรุนแรง
ใช้เครื่อง Trocar Cannula แทงบริเวณสวาปบนซ้ายแล้วทิ้ง
Cannula จนปล่อยให้แก๊สออกมาแล้วฉีดพวกยาป้องกันการติด
เชื้อ Penicilin 2- 3 ppm ทุก 12 – 24 ชั่วโมง เข้ากล้ามเนื้อ
และทุก ๆ 24 – 72 ชั่วโมง

11) Urea Toxicity (ยูเรียเป็นพิษ)
สาเหตุ เกิดจากการได้รับยูเรียในอาหารมากเกินไป
อาการและวิการ เกิดแก๊สแอมโมเนีย สลายเข้าในเส้นเลือดไปทำลายต่อระบบ
การเผาผลาญอาหาร ระบบเซลประสาทส่วนกลาง เซลสมอง
เซลควบคุมการหายใจ กล้ามเนื้อกระตุก เดินเซ หายใจขัด ท้อง
อืด ซัก
ป้องกัน - การให้ยูเรียผสมอาหารไม่ควรผสมเกิน 1% ของน้ำหนักอาหาร
แห้ง
- ส่วนผสมยูเรียอาหารไม่ควรผสมเกิน 2.3 % ของส่วนผสมทั้ง
หมด
- ไนโตรเจนไม่ควรเกิน 25 – 30 % ของอาหารทั้งหมด
การรักษา 1) ใช้กรดน้ำส้มสายชู ละลายน้ำ 5 %กรอกให้กิน 1-2 ลิตร
ทุกๆ 4 ชั่วโมงหรือกรดน้ำสายชู 8 % ปริมาณ 1 ลิตร ผสม
น้ำ 5 –10 ลิตร
2) ใช้น้ำเย็นจัดมาก ๆ กรอกไล่แก๊สแอมโมเนีย
3) ในกรณีที่มีกลิ่นยูเรียมากต้องให้ Ca และ Mg gluconate ฉีดเข้าเส้นเลือด
4) กรดเกลือ 0.2% หรือ 0.5 % ของกรดแลคติคกรอกปาก

12) Tick Fever or Piroplamosis, Babesiasis, Cattle Tick Fever, Redwater Fever and
Texas Fever (โรค ไข้เห็บ)
เชื้อ โปรโตซัว พวก Babesia bigimina
อาการและวิการ ผอม ไข้สูง ม้ามมีขนาดใหญ่ ปัสสาวะสีแดงถึงดำ เบื่อ
อาหาร แคระแกรน ปัสสาวะเป็นเลือด ท้องเดิน หรือ
ท้องผูกมีเลือด อ่อนเพลีย ยืนหลังโก่ง โลหิตจาง
ป้องกัน - ทำลายเห็บซึ่งเป็นพาหนะ
- หากพบควรแยกสัตว์ออกทำลาย
การรักษา - ยาอะคาปริน 2 ml / 100 kg ฉีดใต้ผิวหนัง
หรือพวก Diomidine
- Ivermectin 200 ?g พ่น
- Imidocarb ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง 1-2 mg/kg
- Amicarbalide ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง 10 mg/น้ำหนัก 10 kg

13) Ketosis or Acetonaemia (โรค คีโตซีสโนโค)
สาเหตุ มักเกิดในโคที่มีการให้น้ำนมปริมาณมาก แต่ได้รับอาหารไม่
เพียงพอจึงทำให้ เกิดการ ขาดกลูโคส ร่างกายต้องดึงไขมันที่
สะสมไว้ในร่างกายมาใช้ ทำให้เกิดคีโตนบอดี้ในกระแสเลือด ซึ่ง
จะเป็นพิษต่อโค หรือเกิดจากความผิดปกติของต่อมหมวกไต ทำ
ให้การขัดหลั่ง Hormone ออกมาผิดปกติไป
อาหาร เบื่ออาหาร น้ำนมลด เคี้ยวเอื้องผิดปกติ กระวนกระวาย
มีกลิ่นอะซีโตน น้ำนมและปัสสาวะมีกลิ่นแปลก ซูบผอม
การป้องกัน - ก่อนคลอดและช่วงหลังคลอด ควรให้รับอาหารที่มีพลังงานสูง
การรักษา - Betamethasone 18-24 mg เข้ากล้ามเนื้อ 1 หรือ 2 ครั้ง
- Predmisone 200-400 mg เข้ากล้ามเนื้อ
- Cortisone 1,000 mg เข้ากล้ามเนื้อ
- glucose 40% 500-800 CC เข้าเส้นเลือดดำ จะทำให้
โคหมดสติ 2-3 ชั่วโมง และจะให้นมดีขึ้น ภายใน 24 ชั่วโมง


14) Uarinary Calculi (โรค นิ่ว)
สาเหตุ เกิดในพวกที่กินฟอสฟอรัสมาก และธาตุแคลเซียมน้อย
อาการ แสดงการเจ็บปวดเวลาปัสสาวะ และปัสสาวะไม่ออก
กระวนกระวาย สันหางไปมา
ป้องกัน - ระวังเรื่อง สัดส่วนของแคลเซียม และฟอสฟอรัส
- ผสมเกลือในอาหาร 4 – 10 %
การรักษา ในระยะที่เป็นน้อย
- ใช้ Muscle Relaxant จะช่วยลดความเจ็บปวด
- ยา Myspamol ฉีดเข้าเส้นเลือดในโคที่ตอนและมีน้ำ
หนัก 450 – 500 Kg ควรให้ยา 10 –12 CC พร้อมล้วง
ทวารไปคลำนิ้วเพื่อคายกล้ามเนื้อบริเวณนั้น ในระยะ
ที่เป็นมา
ในระยะที่เป็นมาก
- ทำการผ่าตัด (หากพบว่าไม่คุ้มกับการรักษาควร
ทำลายหรือตัดทิ้ง)

15) Sun Stroke (โรค ลมแดด)
สาเหตุ - การที่คอกแออัดปิดทึบ
- มีการตากแดดจัดในบริเวณแออัดหรือคับแคบ
- สัตว์ไม่มีร่มไม้ ในการพักผ่อนหรือมีแหล่งน้ำน้อยใน
การให้โคใช้ประโยชน์
ป้องกัน - การเลี้ยงไม่ควรหนาแน่เกินไป
- หากปล่อยแปลงควรมีต้นไม้ไว้ให้โคพัก เช่น ต้นจาจุรี
เป็นต้น
การรักษา นำสัตว์เข้าร่ม ฉีดน้ำให้สัตว์เป็นเวลา 1 ชั่วโมง
หยุดฉีดน้ำให้ต่ออีก 1ชั่วโมง เมื่อโคดีขึ้นจะให้ยา
ปฏิชีวนะและให้ยาซัลโฟนามิค

หน้า  1  2  3  4  5  6  7  8  9  10