สิทธิและเสรีภาพของมนุษย์ กฎหมายและระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการพิมพ์ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 กม.และระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ พระราชบัญญัติภาพยนตร์ พ.ศ. 2473 พ.ร.บ. ควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. 2530 พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 จริยธรรมสื่อมวลชน ....
 

 
        พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2541
        ผู้บริโภคมีสิทธิได้รับความคุ้มครอง

[ ต่อ ]
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522
แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ 2541

ผู้บริโภคมีสิทธิได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

(1) สิทธิที่จะได้รับข่าวสาร รวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอ เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ
(2) สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ
(3 ทวี) สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา
(4) สิทธิที่จะได้รับการพิจารณา และชดเชยความเสียหาย (มาตรา 4)

ขออธิบายพระราชบัญญัตินี้ เฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานสื่อสารมวลชน โดยแบ่งออกเป็น 4 ข้อ

ก. คำนิยาม
ข. การคุ้มครองผู้บริโภค
        1. ในด้านการโฆษณา
        2. ในด้านฉลาก
ค. การอุทธรณ์
ง. บทกำหนดโทษ

ก. คำนิยาม
      มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้
              ~สินค้า~ หมายความว่า สิ่งของที่ผลิตหรือมีไว้เพื่อขาย
              ~ บริการ~ หมายความว่า การรับจัดทำการงาน การให้สิทธิใดๆ หรือการให้ใช้ หรือให้ประโยชน์ในทรัพย์สิน หรือกิจการใดๆ โดยเรียกค่าตอบแทนเป็นเงินหรอผลประโยชน์อื่น แต่ไม่รวมถึงการจ้างแรงงาน ตามกฎหมายแรงงาน
               ~ ผลิต~ หมายความว่า ทำ ผสม ปรุง ประกอบ ประดิษฐ์ หรือแปรสภาพ และหมายความถึง การเปลี่ยนรูป การดัดแปลง การคัดเลือก หรือการแบ่งบรรจุ
              ~ ผู้บริโภค~( ความเดิมถูกยกเลิก และให้ใช้ความที่พิมพ์ไว้แทนโดยมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541) หมายความว่า ผู้ซื้อหรือผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจ หรือผู้ซึ่งได้รับการเสนอ หรือการชักชวนจากผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อให้ซื้อสินค้าหรือรับบริการ และหมายความรวมถึงผู้ใช้สินค้า หรือผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจโดยชอบ แม้มิได้เป็นผู้เสียค่าตอบแทนก็ตาม
              ~ ผู้ประกอบธุรกิจ~ หมายความว่า ผู้ขาย ผู้ผลิตเพื่อขาย ผู้สั่งหรือนำเข้ามาใน ราชอาณาจักร เพื่อขายหรือผู้ซื้อเพื่อขายต่อซึ่งสินค้า หรือผู้ให้บริการ และหมายความรวมถึงผู้ประกอบกิจการโฆษณาด้วย
              ~ ข้อความ~ หมายความรวมถึง การกระทำให้ปรากฏด้วยตัวอักษร ภาพ ภาพยนตร์ แสงเสียง เครื่องหมายหรือการกระทำอย่างใดๆ ที่ทำให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าใจความหมายได้
              ~ โฆษณา~ หมายความถึงกระทำการไม่ว่าโดยวิธีใดๆ ให้ประชาชนเห็นหรือรับทราบข้อความ เพื่อประโยชน์ในทางการค้า
              ~ สื่อโฆษณา ~ หมายความว่า สิ่งที่ใช้เป็นสื่อในการโฆษณา เช่น หนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ ไปรษณีย์โทรเลข โทรศัพท์ หรือป้าย
              ~ ฉลาก~ หมายความว่า รูป รอยประดิษฐ์ กระดาษหรือสิ่งอื่นใด ที่ทำให้ปรากฏข้อความ เกี่ยวกับสินค้า ซึ่งแสดงไว้ที่สินค้าหรือภาชนะบรรจุ หรือหีบห่อบรรจุสินค้า หรือสอดแทรก หรือรวม
ไว้กับสินค้า หรือภาชนะบรรจุหีบห่อบรรจุสินค้า และหมายความรวมถึงเอกสาร หรือคู่มือสำหรับใช้ประกอบกับสินค้า ป้ายที่ติดตั้ง หรือแสดงไว้ที่สินค้า หรือหีบห่อบรรจุสินค้านั้น
} สัญญา~ หมายความว่า ความตกลงกันระหว่างผู้บริโภคและผู้ประกอบธุรกิจเพื่อซื้อและขายสินค้า หรือให้และรับบริการ
} คณะกรรมการ~ หมายความว่า คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
} กรรมการ~ หมายความว่า กรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
} พนักงานเจ้าหน้าที่~ หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัตินี้
} รัฐมนตรี~ หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

ข. การคุ้มครองผู้บริโภค

      กฎหมายฉบับนี้ให้การคุ้มครองผู้บริโภค ในเรื่องที่เกี่ยวกับงานโฆษณาโดยตรง คือ
           1. การคุ้มครองผู้บริโภคในด้านการโฆษณา
           2. การคุ้มครองผู้บริโภคในด้านฉลาก

           คณะกรรมการ( ความเดิมถูกยกเลิก และให้ใช้ข้อความที่พิมพ์ไว้แทนโดยมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2541 )ชุดนี้ ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปลัดนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ปลัดกระทรวงคมนาคม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกินแปดคน ซึ่งคระรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการ และเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นกรรมการและเลขานุการ (มาตรา 9)

คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1) พิจารณาเรื่องราวร้องทุกข์ จากผู้บริโภคที่ไดรับความเดือดร้อน หรือเสียหายอันเนื่องมาจากการกระทำของผู้ประกอบธุรกิจ

(2) ดำเนินการเกี่ยวกับสินค้าที่อาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค ตามมาตรา 36

(3) แจ้งหรือโฆษณาข่าวสาร เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย หรือเสื่อมเสียแก่สิทธิของผู้บริโภค การนี้จะระบุชื่อสินค้าหรือบริการ หรือชื่อของผู้ประกอบธุรกิจด้วยก็ได้

(4) ให้คำปรึกษาและแนะนำแก่ คณะกรรมการเฉพาะเรื่อง และพิจารณาวินิจฉัย การอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง

(5) วางระเบียบ เกี่ยวกับการปฏิบัติงาน หน้าที่ ของคณะกรรมการเฉพาะเรื่องคณะอนุกรรมการ

(6) สอดส่องเร่งรัดพนักงานเจ้าหน้าที่ ส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ      ให้ปฏิบัติการตามอำนาจและหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด ตลอดจนเร่งรัดพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินคดี ในความผิด เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค

(7) ดำเนินคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค ที่คณะกรรมการเห็นสมควร หรือมีผู้ร้องขอตามาตรา 39

(8) รับรองสมาคมมาตรา

(9) เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับนโยบาย และมาตรการในการคุ้มครองผู้บริโภค และพิจารณาให้ความเห็นเรื่องใดๆ ที่เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ตามที่คณะรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีมอบหมาย

(10) ปฏิบัติการอื่นใด ตามที่มีกฎหมายกำหนดไว้ ให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรานี้ คณะกรรมการอาจมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นผู้ปฏิบัติการ หรือเตรียมข้อเสนอมายังคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปได้ (มาตรา 10)
ให้มีคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง ดังต่อไปนี้
      (1) คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณา
      (2) คณะกรรมการว่าด้วยฉลาก
      (3) คณะกรรมการว่าด้วยสัญญา

       คณะกรรมการเฉพาะเรื่อง ประกอบด้วยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในเรื่องที่เกี่ยวข้องตามที่ คณะกรรมการแต่งตั้งขึ้น มีจำนวนไม่น้อยกว่าเจ็ดคนแต่ไม่เกินสิบสามคน (มาตรา 14)

1. การคุ้มครองผู้บริโภคในด้านการโฆษณา
   การโฆษณาสินค้าหรือบริการที่มีการว่าจ้างให้ทำการโฆษณาผ่านบริษัทโฆษณา และได้มีการโฆษณาแพร่หลายโดยผ่านสื่อสารมวลชน กฎหมายฉบับนี้ได้กำหนดคุ้มครองผู้บริโภคไม่ให้ตกอยู่ในฐานะผู้เสียเปรียบจากงานโฆษณา โดยใช้สื่อประเภทต่างๆ
สรุปสาระสำคัญดังนี้

         1.การโฆษณาจะต้องไม่ใช้ข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หรือใช้ข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม ทั้งนี้ ไม่ว่าข้อความดังกล่าวนั้น จะเป็นข้อความที่เกี่ยวกับแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ หรือลักษณะของสินค้าหรือบริการ ตลอดจนการจัดหา หรือการใช้สินค้า หรือบริการ
ข้อความดังต่อไปนี้ ถือว่าเป็นข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หรือเป็นข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม

          (1) ข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความเป็นจริง(จากตัวอย่างข้อความโฆษณาที่ผ่าฝืนพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 หนังสือ คู่มือผู้โฆษณา . ม.ป.ป.หน้า 35-37, สำนักคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค)
                1.1 กรณีอวดอ้างสรรพคุณ คุณสมบัติ คุณภาพ
                     ตัวอย่าง
                      ~ สวยงามมากที่สุด...~
                      ~ ทนแดดทนฝนมากที่สุด~
                      ~ ไม่มีวิดีโอยี่ห้ออื่นที่มีคุณลักษณะเด่น... ~
                 1.2 กรณีอ้างอิงสถาบัน หรือหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาพรัฐและเอกชน
                      ~ได้ผ่านการทดสอบจากสถาบันทางการไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศมาแล้ว~
                      ~ ผ่านการทดลองจากโรงพยาบาลชั้นนำทั่วโลกมาแล้ว~
                 1.3 อ้างอิงตัวเลขทางสถิติ
                      ~ ปฏิวัติใหม่ทางประหยัดน้ำมันขึ้นกว่าเดิม 20%~
                      ~ โทรทัศน์สี...สีสันธรรมชาติ สีไม่เหลื่อมไม่เพี้ยน 100%~

          (2) ข้อความที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ไม่ว่าจะกระทำโดยใช้หรืออ้างอิงรายงานทางวิชาการ สถิติ หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อันไม่เป็นจริง หรือเกินความจริงหรือไม่ก็ตาม

                    ~ ติดตั้งโทรศัพท์ทุกหลัง~
                    ~ ลด 10 กก. ใน 36 ครั้ง~

           (3) ข้อความที่เป็นการสนับสนุนโดยตรง หรือโดยอ้อมให้มีการกระทำผิดกฎหมาย หรือศีลธรรมหรือนำไปสู่ความเสื่อมเสียในวัฒนธรรมของชาติ
               ~ ไปที่แผงเบอร์..เมื่อคุณต้องการหนังสือต้องห้าม~

           (4) ข้อความที่จะทำให้เกิดความแตกแยก หรือเสื่อมเสียความสามัคคีในหมู่ประชาชน
                ~ อย่าใช้สินค้าของประเทศ...~

            (5) ข้อความอย่างอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ข้อความที่ใช้ในการโฆษณาที่บุคคลทั่วไป สามารถรู้ได้ว่าเป็นข้อความที่ไม่เป็นความจริงได้โยแน่แท้ ไม่เป็นข้อความที่ต้องห้าม ในการโฆษณาตาม(1) (มาตรา 22)
                ~ กินยาเม็ดยี่ห้อ...อายุของท่าน จะยืนยาวเกินหมื่นปี~

2. การโฆษณาจะไม่กระทำ ด้วยวิธีการอันอาจเป็นอันตราย ต่อสุขภาพร่างกาย หรือจิตใจ หรืออันอาจก่อให้เกิดความรำคาญแก่ผู้บริโภค ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (มาตรา 23
)


..
สิขสิทธิ์ร่วมกันระหว่างผู้จัดทำกับสถาบันราชภัฏนครสวรรค 2003