บทที่ 4 การเชื่อมต่อสายไฟฟ้า

สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งของผู้เริ่มเป็นช่างไฟฟ้าควรจะต้องเรียนรู้คือ วิธีการเชื่อมต่อสายไฟฟ้าเข้าด้วยกันให้มีความมั่นคงทั้งทางกลและทางไฟฟ้า ทั้งนี้เพราะจุดเชื่อมต่อสายไฟฟ้าเป็นจุดที่อ่อนแอและมักจะก่อความยุ่งยากในระบบไฟฟ้าฉะนั้นการเชื่อมต่อสายไฟฟ้านั้นจะต้องกระทำอย่างระมัดระวัง ในบทนี้จะเรียนรู้ถึงวิธีการเชื่อมต่อนอกจากนี้ยังเรียนรู้ถึงวิธีการบัดกรีและการพันเทปรวมทั้งวิธีต่อสายไฟแบบไม่ต้องเชื่อมบัดกรีรอยต่ออื่นๆ

อุปกรณ์ที่ใช้
ตะกั่วบัดกรี ปกติตะกั่วบัดกรีที่ใช้งานช่างไฟฟ้านั้นนิยมใช้ตะกั่วบัดกรีที่เป็นส่วนผสมเป็นดีบุก 60 เปอร์เซ็นต์และเป็นตะกั่ว 40 เปอร์เซ็นต์ซึ่งมีคุณสมบัติให้ความแข็งแรง คงทนดี หลอมละลายได้เร็ว โดยสารตะกั่วเป็นตัวควบคุมอุณหภูมิหลอมละลายของตะกั่วบัดกรี และดีบุกเป็นตัวเพิ่มความแข็งแรง ส่วนผสม 60/40 นี้จะให้จุดหลอมละลายและความแข็งแรงที่พอเหมาะ ตะกั่วบัดกรีนี้จะหาซื้อได้หลายรูปแบบด้วยกัน ที่นิยมใช้กันมากมีดังนี้ ตะกั่วบัดกรีธรรมดา (solid core solder) ดังรูปที่ 15 ตะกั่วบัดกรีไส้ยางสน (rosin core solder) รูปที่ 16 และตะกั่วบัดกรีไส้กรด (acid core solder) นอกจากนี้ยังมีน้ำประสาน (flux)เข้ามาช่วยในการบัดกรโดยทำให้ผิวนำหรือรอยต่อนั้นสะอาด

รูปที่ 15 ตะกั่วบัดกรีแบบธรรมดาและน้ำประสานทำความสะอาดผิวงาน


รูปที่ 16 ตะกั่วบัดกรีไส้น้ำประสาน (ยางสน)

น้ำประสานจะช่วยขจัดออกไซด์และฝุ่นละอองหรือสารที่ไม่บริสุทธิ์ต่างๆ ออกจากผิวโลหะ ตะกั่วบัดกรีไส้ยางสนนั้นมักนิยมใช้กับงานชิ้นเล็กๆ มากที่สุดเนื่องจากว่าน้ำประสานยางสนที่ขจัดความสกปรกนั้นอยู่ในสารตะกั่วบัดกรีเอง สำหรับสารตะกั่วบัดกรีธรรมดานั้นจะไม่มีน้ำประสานผสมอยู่ดังนั้นจึงต้องใช้น้ำประสานเข้ามาช่วยขจัดความสกปรกนั้น ดังรูปที่ 15 ซึ่งจะต้องใช้รวมกับตะกั่วบัดกรีชนิดนี้ ส่วนตะกั่วบัดกรีไส้กรดนั้น เราไม่นิยมใช้เพราะเหตุว่ากรดจะไปกัดกร่อนรอยต่อให้สึกหรอไป
เทปพันสายไฟ แม้ว่ามีเทปหลายชนิดที่สามารถใช้เป็นฉนวนพันสายไฟฟ้าได้ เทปพันสายชนิดพลาสติก (ดูรูปที่ 17 ) เป็นฉนวนไฟฟ้าที่สามารถทนแรงดันไฟฟ้าได้ถึง 600 โวลต์ต่อการพันรอบตัวนำ 1 รอบ นั้นเป็นที่นิยมใช้ในการเดินสายไฟฟ้าภายในอาคารที่พักอาศัยมาก

รูปที่ 17 เทปพลาสติกพันสายไฟฟ้าที่ใช้กันทั่วๆ ไปในการเดินสายภายในอาคาร

ขั้วต่อสายไฟหรือปลอกต่อสายไฟ ใช้ในการต่อสายไฟเข้าด้วยกันโดยไม่ต้องเชื่อมต่อด้วยการบัดกรี หรือพันด้วยเทปพันสายไฟเลย ขั้วต่อสายไฟมีอยู่ด้วยกันหลายแบบซึ่งจะกล่าวถึงภายหลัง


การต่อสายไฟ
การต่อปลายสายไฟฟ้าเข้าด้วยกันคือ การต่อตัวนำตั้งแต่ 2 สายหรือมากกว่านี้ให้เป็นตัวนำอันหนึ่งอันเดียวกัน ด้วยการบิดตีเกลียวตัวนำเหล่านั้นด้วยมือหรือคีม หรือเครื่องมือสำหรับการต่อสายไฟ ด้วยเหตุที่การต่อสายไฟเข้าด้วยกันนี้มักจะก่อให้เกิดปัญหาขึ้นบ่อยๆดังนั้น จึงต้องทำการอย่างระมัดระวัง รอยต่อสายไฟจะต้องมีความทนทานต่อแรงที่กดทับรอยต่อนั้น และกระแสไฟฟ้าจะต้องสามารถไหลผ่านตัวนำสายไฟที่มิได้ขาดจากกัน ถ้ารอยต่อนั้นตีเกลียวหลวมไปจะนำกระแสไฟฟ้าได้ไม่ดี และเกิดความร้อนขึ้นเนื่องจากความต้านทานของรอยต่อนั้น และจะเกิดความเสียหายขึ้นได้
ชนิดของการต่อสายไฟ
1.บิดตีเกลียวแบบหางหมู ด้วยเหตุที่วิธีนี้ทำง่าย ดังนั้นจึงนิยมใช้กันมากที่สุด รูปที่ 18 ได้แสดงให้เห็นถึงวิธีการบิดตีเกลียวแบบนี้และให้สังเกตว่าปลายสายของการตีเกลียวนี้จะมีอยู่ 2 แบบ หากมีการพันเทปรอบรอยต่อที่ตีเกลียวนั้นต้องให้ปลายสายไฟนั้นพันงอเข้าหาสายไฟ ทั้งนี้เพื่อมิให้เทปพันสายชำรุดเสียหายจากความคมของปลายสายนั้นดังรูปที่ 18 (จ) และหากจะใช้กระจุ๊บต่อสายแทนเทปพันสายก็จะต้องตัดปลายสายไฟออกดังรูปที่ 18 (ฉ) หากสายไฟที่จะนำมาต่อนี้มีมากกว่า 2 เส้นดังแสดงในรูป 20 จะต้องทำให้ตัวนำของสายไฟฟ้าเหล้านั้นบิดตีเกลียวเข้าด้วยกันอย่างแน่นหนาก่อนที่จะสวมขั้วต่อสายไฟไว้เพื่อให้การเชื่อมต่อกันทางไฟฟ้าดียิ่งขึ้น

รูปที่ 18 แสดงการต่อสายชนิดบิดตีเกลียวแบบหางหมู

รูปที่ 19 วิธีการเชื่อมต่อสายชนิดบิดตีเกลียวแบบหางหมูและวิธีการเชื่อมบัดกรีรอยต่อนั้น

                        

รูปที่ 20 การต่อแบบหางหมูมีหลายๆสายเข้าด้วยกัน

2. การต่อปลายสายไขว้สลับกัน การต่อแบบนี้ดังรูปที่ 21 มีความแข็งแรงและทนทานพอที่จะรองรับน้ำหนักของสายไฟที่ยาวและหนักได้โดยขึ้นอยู่กับความเรียบร้อยของการต่อ ถ้าเรียบร้อยแน่นหนาดี รอยต่อจะแข็งแรงมาก นำกระแสได้ดี และถ้าพันเทปรอบรอยต่อนั้นจะต้องระมัดระวังปลายสายที่แหลมคมที่ยื่นออกมา ในสมัยก่อนนิยมใช้สำหรับการต่อซ่อมสายโทรเลข


รูปที่ 21 การต่อสายแบบไขว้สลับกัน ใช้ในกรณีที่รอยต่อต้องรับแรงดึง

3. การต่อสายรูปตัวที เป็นวิธีการต่อสายไฟฟ้าโดยไม่ต้องตัดต่อสายไฟเมนอย่างใดเลย และนับว่าเป็นวิธีการต่อสายไฟที่ยากแบบหนึ่ง ดังนั้นจึงควรมีการฝึกฝนปฏิบัติการเชื่อมต่อสายไฟฟ้าด้วยวิธีนี้เพื่อความชำนาญ และความเรียบร้อย ดูรูปที่ 22 จากรูปจะต้องปอกฉนวนพีวีซีรอบสายตัวนำออกก่อน ปอกสายไฟย่อยให้ยาวกว่าสายไฟเมน ไม่ควรตีเกลียวพันสายจนเต็มรอบปอกและต้องเว้นรอบปอกของสายไฟย่อยไปด้วยเพื่อการพันเทปถ้าต้องการรอยต่อแน่นหนาก็เชื่อมบัดกรีรอยต่อนี้
4. การต่อสายไฟใช้ชั่วคราว การต่อสายไฟดังรูปที่ 23 จะไม่ค่อยปลอดภัย เนื่องจากว่าไม่มีการต่อยึดสายเข้าด้วยกัน ดังนั้นการต่อสายไฟแบบนี้จึงเหมาะที่จะใช้ในภาวะฉุกเฉินหรือชั่วครั้งชั่วคราวหากต้องการให้ปลอดภัยก็ควรต่อด้วยปลั๊กไฟและเต้าเสียบที่มีนิรภัยบิดเข้าด้วยกัน รูปที่ 23 (ก) แสดงให้เห็นการเชื่อมสายอ่อนเข้าด้วยกัน และรูปที่ 23(ข) แสดงให้เห็นการเชื่อมสายไฟฟ้าสายแข็ง ในทั้งสองกรณีการเชื่อมต่อสายไฟฟ้าจะต้องเหลื่อมล้ำกันกันไว้เพื่อมิให้เกิดปมที่ใหญ่เกินไปที่รอยต่อนั้น เมื่อมีการพันสายไฟฟ้า อย่างไรก็ดีเราอาจจะทำการบัดกรีรอยต่อแต่ละแห่งได้ทั้งนี้เพื่อให้รอยเชื่อมต่อนั้นแข็งแรง ทนทานขึ้น

(ก) กรณีที่เป็นสายอ่อน

(ข) กรณีที่เป็นสายแข็ง

รูปที่ 22 การต่อไฟแบบตัวที

            

(ก) กรณีที่เป็นสายอ่อน                                       (ข) กรณีที่เป็นสายแข็ง

รูปที่ 23 การต่อสายไฟใช้ชั่วคราว

5. การต่อสายเคเบิล สายเคเบิลเส้นใหญ่ๆ นั้นจะต้องดังรูปที่ 24 ตามปกติแล้วไม่ค่อยใช้ในการเดินสายไฟฟ้าในอาคารมากนัก แต่ก็นำมาใช้เป็นสายเมนของแบตเตอรี่ และใช้ในการเชื่อมไฟฟ้าวิธีนี้ใช้ต่อเชื่อมสายเป็นการชั่วคราวเท่านั้น

(ก) สายเคเบิลเส้นใหญ่

(ข) สายเคเบิลเส้นเล็ก

รูปที่ 24 การต่อสายเคเบิล

การต่อสายด้วยวิธีบัดกรี ด้วยเหตุที่ขั้วต่อสายไฟฟ้า เช่น กระจุ๊บพลาสติก สามารถใช้งานได้สะดวก ประหยัดเวลา ช่างไฟฟ้าจึงไม่ต้องบัดกรีรอยต่อเหล่านั้น ซึ่งนอกจากนั้นจะไม่ต้องใช้ความชำนาญในการเชื่อมอีกด้วย แต่อย่างไรก็ดีการบัดกรีก็ยังเป็นวิธีที่สำคัญที่ให้ความเชื่อมั่นและปลอดภัยได้มากที่สุดสำหรับการรวมสายไฟฟ้าหลายๆสายเข้าด้วยกัน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเรียนวิธีการบัดกรีสายไฟด้วย
เมื่อตัดสินใจที่จะทำการบัดกรีรอยต่อสายไฟฟ้าปอกฉนวนพลาสติกตรงบริเวณรอยที่จะต่อนั้นแล้วควรทำการบัดกรีรอยต่อนั้น เพราะหากปล่อยไว้เป็นเวลานานๆ รอยต่อที่ปอกนั้นจะทำปฏิกิริยากับอากาศ ฝุ่นละออง และความชื่นเกิดออกไซด์เป็นสนิมขึ้น จะทำให้บัดกรีติดยาก ได้รอยบัดกรีที่ไม่ดี ดังนั้นพื้นผิวรอบรอยต่อต้องสะอาดปราศจากน้ำมัน ฝุ่นสกปรกและสนิม ควรทำสะอาดผิวงานด้วยกระดาษทรายละเอียด ผ้าแร่กากกระพรุนป่น (emery cloth คล้ายกระดาษทราย) หรือใช้น้ำมันสาน (flux) ช่วยก็ได้
ตะกั่วบัดกรีปกติมีขายเป็นแบบแท่ง หรือเป็นแบบลวดขด และจะละลายตัวเมื่อถูกความร้อนจากเครื่องบัดกรี เช่น หัวแร้งแช่ หัวแร้งไฟฟ้า หรือกระบอกเชื่อมแก๊ส (ดูรูปที่ 25)
หัวแร้งไฟฟ้าจะใช้ในงานที่มีไฟฟ้าไปถึงได้ ส่วนกระบอกหัวเชื่อมแก๊สใช้การบัดกรีลวดไฟฟ้าเส้นใหญ่ๆ หรือใช้ในที่ที่ไม่มีไฟฟ้า อย่างไรก็ดีไม่ว่าจะทำการบัดกรีด้วยวิธีใดก็ตาม เราจะต้องให้ตะกั่วบัดกรีวางอยู่บนรอยต่อสายไฟฟ้า ซึ่งตรงกันข้ามกับตำแหน่งการวางหัวแร้งเสมอ ในรูปที่ 27 แสดงการบัดกรีทั้ง 3 วิธี ซึ่งจะเห็นได้ว่าตะกั่วบัดกรีที่กำลังละลายตัวจะไหลเข้าหาแหล่งความร้อน นั่นก็คือหากส่วนบนของตัวนำความร้อนมากพอที่จะละลายตะกั่วบัดกรีส่วนล่างของตัวนำซึ่งอยู่ติดกับแหล่งความร้อนมากที่สุด ก็จะดึงให้ตะกั่วบัดกรีไหลผ่านผิวสายไฟทั้งหมดลงมาด้วย หลังจากนั้นก็ต้องปล่อยให้รอยเชื่อมนั้นเย็นตัวลงเองและจะต้องไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ของสายไฟตัวนำนั้น ขณะเดียวกันต้องไม่เป่าพัดหรือจุ่มรอยต่อนี้ลงในน้ำเพื่อให้มันเย็นตัวลง อย่างฉับพลัน จะทำลายความแข็งแรง ทนทานของรอยต่อบัดกรีนั้นลง เมื่อรอยต่อเย็นตัวลงต้องรีบทำความสะอาดโดยการเช็ดน้ำประสานที่เหลือออกด้วยผ้าขี้ริ้วชื้นๆ แล้วเช็ดให้แห้ง หลังจากนั้นพันให้รอบรอยต่อนั้นด้วยเทปพันสายไฟ

รูปที่ 25 อุปกรณ์ที่ใช้ในการบัดกรีเชื่อมรอยต่อที่ใช้กันโดยทั่วๆป

ผิดวิธี        

ถูกวิธี        

รูปที่ 26 ผลของการเชื่อมรอยต่อที่ผิดวิธีและถูกวิธีนั้นจะเห็นได้ว่า ที่ถูกวิธีนั้น เมื่อตัวนำร้อนมากพอ ตะกั่วบัดกรีจะหลอมเหลววิ่งไปตามความร้อนนั้นทั่วบริเวณทุกช่องว่าง

รูปที่ 27 การเชื่อมบัดกรีรอยต่อแบบต่างๆ วิธีให้ความร้อนจะเห็นได้ว่าหัวแร้งกับตะกั่วบัดกรี จะอยู่ตรงข้ามกัน

รูปต่อไปนี้เป็นรูปตัวอย่างการต่อและการบัดกรีรอยต่อแบบต่างๆ

รูปที่ 28 วิธีการต่อสาย และเชื่อมบัดกรีรอยต่อ

รูปที่ 29 วิธีการต่อสายแบบตัวที และการเชื่อมบัดกรีรอยต่อ

การพันเทปรอบรอยต่อสายไฟ การพันเทปรอบรอยต่อนั้นเพื่อป้องกันรอยต่อเป็นสนิม และกันกระแสฟ้ารั่วทำให้เกิดอันตรายได้ ดังนั้นการพันรอยต่อด้วยเทปจะต้องมีคุณสมบัติที่สามารถเป็นฉนวนไฟฟ้าและเป็นผิวป้องกันได้อย่างน้อยที่สุดก็ควรเหมือนกับสายไฟที่มีฉนวนหุ้มอยู่ แม้ว่าเทปพันสายพลาสติกนี้ 1 รอบสามารถเป็นฉนวนที่ทนแรงดันไฟฟ้าได้ถึง 600 โวลต์ แต่จำเป็นต้องพันด้วยเทปหลายๆ ชั้น เพื่อให้ได้ผลในการป้องกันทางกลดี วิธีการพันเทปรอบรอยต่อนั้นต้องดึงเทปพลาสติกให้ตึง เพราะจะช่วยทำให้การพันรอบรอยต่อได้แน่นหนายิ่งขึ้นดังรูปที่ 30 ถึงรูปที่ 33 ซึ่งแสดงวิธีการพันเทปรอบรอยต่อแบบต่างๆ ที่ใช้กันอยู่เสมอ

รูปที่ 30 วิธีการพันเทปรอบรอยต่อแบบหางหมู

รูปที่ 31 วิธีการพันเทปรอบรอยต่อแบบไขว้สายสลับกัน

รูปที่ 32 วิธีการพันเทปรอบรอยต่อแบบชั่วคราว

รูปที่ 33 วิธีการพันเทปรอบปลอกต่อสาย

ขั้วต่อสายไฟ
ขั้วต่อสายไฟเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับต่อสวมปลายสายไฟเข้าด้วยกันให้ยึดแน่นไม่ต้องการบัดกรี ซึ่งจะสะดวกรวดเร็วประหยัดเวลา ดังนั้นจึงมีการพัฒนารูปแบบออกเป็นหลายแบบ เป็นที่นิยมใช้กันโดยทั่วไปและเป็นที่ยอมรับของ UL มีดังนี้คือ
1. กระจุ๊บพลาสติก (plastic end cap) เป็นฝาครอบพลาสติกที่สวมครอบเพื่อรวมและ
ยึดสายไฟเข้าไว้ด้วยกัน (ดูรูปที่ 34) ประสิทธิภาพการใช้งานของกระจุ๊บนี้จะดีต้องบิดตีเกลียวให้แน่นก่อนการสวมกระจุ๊บดังรูปที่ 36 และหากนำสายไฟสายแข็งต่อเข้าด้วยกับสายไฟสายอ่อน จะต้องงอปลายสายแข็งมากดทบสายอ่อนไว้ ดังรูปที่ 37 กระจุ๊บพลาสติกจะมีขนาดรูปร่างต่างๆ กัน ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดและจำนวนตัวนำของสายไฟที่นำมาต่อรวมกัน และขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคลและการออกแบบของบริษัทผู้ผลิต

รูปที่ 34 กระจุ๊บพลาสติก


รูปที่ 35 การใช้งานของกระจุ๊บพลาสติก

รูปที่ 36 วิธีการบิดสายตีเกลียวให้แน่นก่อนสวมกระจุ๊บเข้าครอบสาย

รูปที่ 37 เทคนิคการต่อสายระหว่างสายแข็งกับสายอ่อน ซึ่งจะต้องให้จุดต่อนั้นถึงกันทั้งทางไฟฟ้าและทางกล

2. ตัวต่อสายสปลิต์โบลต์ (split bolt connector) ตัวต่อสายแบบสปลิต์โบลต์นี้จะใช้
จับยึดรวมสายเคเบิลใหญ่ๆ เช่น ในการรับไฟเข้าโดยเวลาต่อสายนั้นให้วางตัวต่อรูปตัวยูนั้นบนสายไฟที่ไม่ตัดสายนั้น วางด้วยแผ่นโลหะทองแดงประสมคั่น แล้วจึงเอาสายตัวนำที่จะต่ออีกสายวางลงไปในร่อง จากนั้นก็ขันนอตขันกวดให้แน่นดังรูปที่ 38 แสดงวิธีการเชื่อมต่อสายเคเบิลด้วยตัวต่อแบบสปลิต์โบลต์

รูปที่ 38 การใช้สปลิต์โบลต์ต่อสายเคเบิล

3. ขั้วต่อสายแบบขันสกรู (screw terminals) จะใช้สำหรับยึดสายไฟฟ้าให้ปลอดภัย
ทั้งทางกลและทางไฟฟ้า การต่อสายไฟเข้าอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้สกรู ควรหมุนขันไปทางขวามือ (right hand screw) ดังรูปที่ 39 ดังนั้นเราจึงควรงอสายให้รอบสกรูตามเข็มนาฬิกาด้วยดังรูปที่ 4.26 ซึ่งจะทำให้สกรูดึงสายไฟให้ตึงโดยสายไม่หลุดจากที่ต่อสายนั้น

ผิดวิธี (เพราะว่าปลายสายไม่โค้งงอ)             

ผิดวิธี (เพราะว่าปอกปลายสายไว้ยาวเกินไป

ถูกวิธี                                                              

รูปที่ 39 การใช้งานขั้นต่อสายแบบขันสกรู

4. ขั้วต่อสายแบบกดรัดสาย (back-wired “Quick” connectors) ขั้วต่อชนิดนี้ใช้
สำหรับต่อปลายสายไฟฟ้าที่ด้านหลังของสวิตซ์หรือหปลั๊กไฟตัวเมีย ปลายสายไฟฟ้านี้เมื่อเสียบไปที่ช่องรูเสียบขั้วต่อนี้แล้วจะถูกยึดด้วยแรงสปริงหรือแรงกดของสกรู ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าตัวยึดสายไฟฟ้าดังกล่าวผลิตมาใช้ในลักษณะใด (ดูรูปที่42) ในการเอาปลายออกจากช่องรูเสียบของสวิตซ์แบบกดด้วยสปริง (a sparing-type “Quick” connectors) ให้ใช้ไขควงหรือลวดแข็งๆ ไปดันลวดสปริงให้อ้าออก แล้วจึงดึงปลายสายไฟนั้นออกมา (ดูรูปที่41)

รูปที่ 40 ควรงอปลายสายให้งอตามเข็มนาฬิกา

รูปที่ 41 ในขั้วต่อสายแบบกดรัดสายไฟจะถูกยึดให้อยู่กับที่ด้วยแรงกดของสปริง

รูปที่ 42 การนำเอาปลายสายออกจากช่องรูเสียบของสวิตซ์แบบกดด้วยสปริง



5. ขั้วต่อสายแบบหางปลา (crimp-type solderless connectors) ที่ต่อสายแบบนี้ใช้
สำหรับต่อสายไฟฟ้าเข้าด้วยกันหรือใช้ต่อสายไฟฟ้าด้วยสกรู ในรูปที่ 43 แสดงที่ต่อสายหางปลาชนิดต่างๆ ซึ่งมีใช้กันทั่วๆ ไปมีทั้งแบบหุ้มฉนวนและแบบไม่หุ้มฉนวน แบบไม่หุ้มฉนวนนั้นราคาถูกกว่า และจะนำไปใช้ในที่ที่ซึ่งเห็นว่าไม่มีอันตรายใดๆ ในการต่อรัดวงจรกับผิวโลหะ การต่อสายไฟด้วยหางปลา ต้องสอดสายเข้าไปในรูของหางปลา แล้วใช้เครื่องย้ำหางปลากดปลายสายไว้ให้แน่น เครื่องย้ำหางปลานี้เป็นเครื่องมืออเนกประสงค์ (multipurpose crimp tool) คือนอกจากจะใช้ย้ำแล้วยังสามารถใช้ตัดสายไฟ ตัดแกนสกรู และใช้ปลอกฉนวนของสายไฟต่างๆ ได้ด้วย

(ก) แบบมีปลอกหุ้ม                                      (ข) แบบไม่เปลือกหุ้ม
รูปที่ 43 ขั้วต่อสายแบบหางปลา

รูปที่ 44 เครื่องมือย้ำหางปลา

6. ขั้วต่อสายแบบลูกเต๋า เป็นแบบที่นิยมใช้กันมากในการเดินสายไฟฟ้าในบ้านเรา
เพราะราคาถูกใช้ง่ายและสะดวก มีขายในท้องตลาดทั่วๆ ไป ที่ต่อสายแบบนี้ทำด้วยตัวนำไฟฟ้าหุ้มด้วยพลาสติกเป็นรูปสี่เหลี่ยมต่อกันเป็นแถวยาวๆ
7. ขั้วต่อสายแบบเชอร์แมน (Sherman fixture connectiors) แบบนี้ใช้สกรูขันยึด
สายไฟแล้วใช้เทปพันสายรอบที่ต่อนี้ ดูรูปที่ 45 ขั้วต่อสายแบบนี้ไม่ค่อยนิยมใช้กัน

รูปที่ 45 ขั้วต่อสายแบบเชอร์แมน

8. ขั้วต่อสายแบบสก๊อตโชล์ก (scotchlok connectors) ขั้วต่อสายแบบนี้มีลักษณะ
คล้ายกับกระจุ๊บต่อสายโดยใช้สปริงจับยึดสายเช่นเดียวกัน ดูรูปที่ 46

รูปที่ 46 ขั้วต่อสายแบบสก๊อตโชล์ก

9. ขั้วต่อสายแบบย้ำ (crimp type solderless connectors) จะต่อสายไฟแบบเดียวกับ
กระจุ๊บคือสวมปลอกที่ต่อนี้กดย้ำด้วยเครื่องย้ำพิเศษทำให้รอยต่อนั้นแน่นยิ่งขึ้น แล้วค่อยพันเทปภายหลัง ดูรูปที่ 47 ขั้นต่อสายแบบนี้ไม่ค่อยนิยมใช้กัน

รูปที่ 47 ขั้วต่อสายแบบย้ำ

10. ขั้วต่อสายอะลูมิเนียม (aluminium connector) จะใช้ต่อสายไฟฟ้าตัวนำอะลูมิเนียม
เข้าด้วยกันแล้วพันเทปรอบ ดูรูปที่ 48

รูปที่ 48 การต่อตัวนำอะลูมิเนียม


11. ขั้นต่อสายแบบแยกสาย นิยมใช้กันในการต่อสายไฟฟ้าเข้ากับสายเมน แล้วต่อแยก
สายเมนลงมา จะใช้ตัวนอตขันเข้ากับตัวแยกสายนั้น จับยึดสายไว้ให้แน่น แข็งแรงทนทานดี (ดูรูปที่49)

รูปที่ 49 ขั้วต่อสายแบบแยกสาย