22

wwตัวอย่างของลักษณะการข่มแบบ complete dominant ได้แก่ การผสมโคสีดำ (BB) กับโคขนสีแดง (bb) ลูกที่ได้ (Bb) จะแสดงขนสีดำ เนื่องจาก B ข่ม b อย่างสมบูรณ์
ตัวอย่างของลักษณะการข่มแบบ incomplete dominant ได้แก่ การผสมกุหลาบสีแดง (RR) กับสีขาว (rr) ได้ลูก (Rr) จะมีสีชมพู
wwตัวอย่างของลักษณะการข่มแบบ lack of dominant เช่น ในโคพันธุ์ shorthorn ยีน R นำลักษณะขนสีแดง ยีน r นำลักษณะขนสีขาว โคที่มี genotype RR จะมีขนสีแดง โคที่มี genotype rr จะมีขนสีขาว แต่โคที่มี genotype Rr จะมีขนสีโรน (roan) คือขนสีขาว แซมแดง
wwตัวอย่างของลักษณะการข่มแบบ over dominant ได้แก่ ไก่ที่มียีน AA จะไข่ดก แต่ไม่ทน ไก่ที่มียีน aa ไข่ทนแต่ไม่ดก เมื่อนำมาผสมกันได้ลูก Aa จะเป็นไก่ที่ไข่ดกกว่า aa และทนกว่า AA เป็นต้น
ww2.2.2 ปฏิกิริยาร่วมระหว่างยีนที่ไม่ใช่คู่ของมัน (nonallelic interaction หรือ epistasis) หรือการข่มข้ามคู่ของยีน ยีนบางตัวอาจไปควบคุมการแสดงออกของยีนตัวอื่น ซึ่งไม่ใช่ คู่ของมัน ซึ่งจะทำให้อัตราส่วนของลักษณะภายนอกเปลี่ยนไป แต่จะไม่มีอิทธิพลต่ออัตราส่วนของลักษณะภายใน เมื่อยีนตัวหนึ่งไปควบคุมการแสดงออก (ข่ม) ของยีนอีกตัวหนึ่งที่ไม่ใช่คู่ของมันเรียกว่า epistatic gene ทั้งยีนเด่นและยีนด้อยสามารถข่มข้ามคู่ต่อยีนอื่น แต่ยีนด้อยจะข่มข้ามคู่ ได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในสภาวะ homozygous (นั่นคือ aa) ในขณะที่ยีนเด่นจะข่มข้ามคู่ได้ทั้งในสภาวะ homozygous และ heterozygous (AA หรือ Aa)
ww2.2.2.1 ในกรณีที่ยีนเด่นตัวหนึ่งข่มข้ามคู่จะพบในโคและจะแสดงให้เห็นว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับอัตราส่วน 9 : 3 : 3 : 1 ที่คาดหวังไว้เมื่อไม่มีการเกิดการข่มข้ามคู่
ww ถ้า ยีน B = สีดำ (ในโคพันธุ์แองกัสจะข่มยีน Bs)
ww ยีน b = สีแดง (ในโคพันธุ์เกิร์นซี , เฮียฟอร์ด และช็อตฮอร์น)
ww ยีน Bs = สีออกดำ (blackish)
ww ยีน bs = สีไม่ออกดำ (non blackish)
ตัวอักษร Bs , bs ใช้แทนยีนตัวเดียวและจะไม่แยกจากกัน

เมื่อผสมโคเพศผู้ที่มียีน BbBsbs กับเพศเมียที่มียีน BbBsbs จะได้ หน่วยสืบพันธุ์ (gamete) และลูกรุ่นที่ 1 ดังนี้


 

และได้อัตราส่วนของจีโนไทป์และฟีโนไทป์ของลูกรุ่นที่ 1 ดังแสดงในตารางที่ 6.6

ตารางที่ 6.6 จีโนไทป์และฟีโนไทป์ของลูกรุ่นที่ 1


ที่มา (ดัดแปลงจาก ไพศาล เหล่าสุวรรณ, 2525, หน้า 74)

หมายเหตุ : สีออกดำ (blackish) จะแสดงออกได้ในโคที่เป็น bb (สีแดง) เท่านั้น โคที่มี gene B ซึ่งมีสีดำจะครอบคลุมการแสดงออกของสีออกดำไว้หมด อัตราส่วนของลักษณะภายนอกจึงกลายเป็น 12 : 3 : 1 แทนที่จะเป็น 9 : 3 : 3 : 1

ww2.2.2.2 ในกรณีที่ยีนด้อยข่มข้ามคู่ ได้แก่ ลักษณะเผือกถึงแม้จะมียีน สีอื่น ๆ ด้วยก็ตาม สัตว์เผือกจะมีสีขาว ตาสีชมพู (ตารางที่ 6.7)
wwกำหนดให้ยีน C = มีสี (สีอะไรก็ได้)
wwc = เผือก (ข่มข้ามคู่ต่อทุกสี)
wwB = สีดำ
wwb = สีช็อกโกแลต
ถ้าผสมสัตว์ที่มี genotype CcBb x CcBb


ตารางที่ 6.7 จีโนไทป์และฟีโนไทป์ของลูกรุ่นที่ 1


ที่มา (ดัดแปลงจาก ไพศาล เหล่าสุวรรณ, 2525, หน้า 75)

wwอัตราส่วนลักษณะภายนอกจะได้ 9 สีดำ
ww3 ช็อกโกแลต
ww4 เผือก
นั่นคือ สัตว์ที่มี genotype C_B_ จะมีสีดำ
C_bb จะมีสีช็อกโกแลต
ccB_ จะมีสีเผือก
w w2.2.3 ปฏิกิริยาของยีนต่อไซโตรปลาสซึม ปฏิกิริยานี้หาตัวอย่างได้ยากในสัตว์แต่จะมีมากในพืชชั้นต่ำ ซึ่งสรุปบทบาทของยีนต่อไซโตรปลาสซึม ไว้ดังนี้
w w2.2.3.1 ทำให้เกิดการกลายในไซโตรปลาสซึม
w w2.2.3.2 ควบคุมการเพิ่มจำนวนของสารในไซโตรปลาสซึม
ww 2.2.3.3 ทำให้เกิดการไวต่อ CO2 ของไซโตรปลาสซึม
ww 2.2.3.4 ทำงานร่วมกับวัตถุในไซโตรปลาสซึม

ww 2.2.3.5 ทำให้ไซโตรปลาสซึมยอมรับหรือปฏิเสธที่จะรับโครโมโซมบางอันไว้ในเซลล์
ww 2.2.4 ปฏิกิริยาของยีนต่อสิ่งแวดล้อม สิ่งแวดล้อมดียีนจะสนองผลออกมาอย่างเต็มที่ เช่น โคพันธุ์ขาว – ดำ ถ้าให้กินหญ้าอย่างเดียวจะให้นมวันละ 9 กิโลกรัม แต่ถ้าให้อาหารข้นด้วยจะให้นมวันละ 20 กิโลกรัม เป็นต้น

การผสมพันธุ์ในสัตว์พันธุ์เดียวกัน
การผสมพันธุ์ในสัตว์พันธุ์เดียวกันทำได้หลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีก็มีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกันออกไป การผสมพันธุ์ในสัตว์พันธุ์เดียวกันส่วนมากจะทำให้ได้ความบริสุทธิ์ในสายพันธุ์ จะได้ยีนที่เป็นยีนคู่เหมือนเพิ่มขึ้นหากทำการผสมพันธุ์สัตว์ในพันธุ์เดียวกันไปเป็นเวลานาน ๆ การผสมพันธุ์ในสัตว์พันธุ์เดียวกันมีดังนี้

1. การผสมพันธุ์แบบเลือดชิด (inbreeding)
wwการผสมพันธุ์แบบเลือดชิด คือ การผสมระหว่างคู่ผสมที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดหรือเกี่ยวดองเป็นเครือญาติกัน หรือมีบรรพบุรุษร่วมกัน เช่น พ่อกับลูก แม่กับลูก พี่กับน้อง ลูกพี่กับลูกน้อง เป็นต้น การผสมเลือดชิดจะมีผลให้ลูกที่ได้จากการผสมมียีนอยู่ในสภาพ homozygous เพิ่มขึ้น การผสมพันธุ์แบบเลือดชิดหลาย ๆ ชั่วจะทำให้ลักษณะทางด้านความแข็งแรง การปรับตัว ความอยู่รอดและความสมบูรณ์พันธุ์ลดลง แต่การผสมพันธุ์แบบเลือดชิดก็มีประโยชน์คือ
ww1.1 ใช้เพื่อรักษายีนที่นำลักษณะเด่นไว้ในฝูงสัตว์
ww1.2 ใช้เพื่อให้ยีนด้อยที่ไม่ต้องการแสดงออกมาและสามารถขจัดยีนด้อยที่ไม่ต้องการทิ้งได้
ww1.3 เพื่อความสามารถในการถ่ายทอดลักษณะไปยังลูกหลาน
ww1.4 ใช้สร้างสายพันธุ์ข้ามสายพันธุ์เลือดชิด เพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่ดีเด่น หรือนำสายพันธุ์เลือดชิดมาผสมข้ามสายพันธุ์เพื่อคัดเลือกคู่ที่เหมาะสมมาผลิตลูกผสมต่อไป

2. การผสมพันธุ์แบบสร้างสายพันธุ์หรือในสายตระกูล (line breeding)
wwline breeding เป็นการผสมเลือดชิดแบบหนึ่งซึ่งรักษาระดับความสัมพันธ์ของบรรพบุรุษตัวใดตัวหนึ่งในแต่ละกลุ่มให้สูงอยู่เสมอ วิธีการคือ แบ่งสัตว์ออกเป็นกลุ่มย่อย ๆ ก่อนและให้สัตว์ผสมกันเองภายในกลุ่มเพื่อเพิ่มยีนคู่เหมือน และให้มีสัดส่วนของยีนที่มีลักษณะตามต้องการของ แต่ละสายพันธุ์คงอยู่ แล้วจึงนำแต่ละสายพันธุ์ที่ต้องการผสมกันในช่วงต่อไป ทำให้ยีนที่ดีของแต่ละ สายพันธุ์มีโอกาสรวมเข้าด้วยกัน ปัจจุบันใช้กันมากในการผสมพันธุ์ไก่เพื่อการค้า
3. การผสมนอกสายสัมพันธ์ (Out breeding)
wwเป็นการผสมพันธุ์สัตว์พันธุ์เดียวกัน แต่ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดหรือทางพันธุกรรมต่อกันในพันธุ์ประวัติอย่างน้อย 3 ชั่วขึ้นไป เราเรียกการผสมนอกสายพันธุ์หรืออาจจะเรียกว่า single crossing ลักษณะด้อยจะเกิดขึ้นได้น้อยมาก และมักจะเกิดลักษณะดีเด่นเกิดขึ้นด้วย ตัวอย่างเช่น เกษตรกรมีพ่อไก่ชนอยู่ 1 ตัว ใช้ผสมกับแม่พันธุ์มาได้ 1 – 2 ปี ก็เปลี่ยนพ่อพันธุ์ตัวใหม่ที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับพ่อพันธุ์ตัวเก่า หรือนำพ่อพันธุ์จากแหล่งอื่นมาผสมกับแม่พันธุ์ของตนเอง เป็นต้น
wwความมุ่งหมายของการผสมนอกสายพันธุ์ก็เพื่อนำเอาลักษณะที่ดีเด่นจากสัตว์ฝูงอื่นเข้ามาในฝูงของเรา และยังเป็นการป้องกันการเพิ่มสายเลือดชิดของสัตว์ด้วย ข้อควรระวัง ในการผสมแบบนี้ คือ โรคและลักษณะที่ไม่ต้องการ การทำแบบทดสอบสัตว์ที่จะนำมาเข้าผสมเสียก่อนโดยเปรียบเทียบกับฝูงเดิม สัตว์ตัวใหม่ที่จะนำเข้ามาผสมควรมีความสามารถดีกว่าสัตว์ในฝูงของเรา และต้องใช้เวลาให้สัตว์ตัวใหม่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้แล้วจึงทำการผสมพันธุ์

4. ผลทางพันธุกรรมของการผสมแบบต่าง ๆ ในสัตว์พันธุ์เดียวกัน
ww4.1 การผสมแบบเลือดชิดมีทั้งข้อดีและข้อเสียดังนี้
ww4.1.1 ข้อดี มีดังต่อไปนี้คือ
ww 4.1.1.1 เพิ่มยีนคู่เหมือนเมื่อนำไปผสมข้ามจะทำให้เกิดพลังอัดแจสูง
ww 4.1.1.2 ใช้ในการสร้างสายพันธุ์สัตว์เพื่อหายีนที่เหมาะสม
ww 4.1.1.3 สร้างสัตว์ตระกูลใหม่หรือพันธุ์ใหม่
ww 4.1.1.4 ทำให้ยีนด้อยปรากฏออกมาและสามารถคัดทิ้งได้
ww 4.1.2 น้ำเสีย มีดังต่อไปนี้คือ
ww 4.1.2.1 ทำให้เกิดผลเสียทางด้านความแข็งแรง ผลผลิต และความสมบูรณ์พันธุ์
ww 4.1.2.2 ทำให้ลักษณะที่แสดงออกภายนอกไม่ค่อยสม่ำเสมอ
ww 4.1.2.3 ลักษณะไม่ดีจะเกิดขึ้นได้
ww4.2 การผสมในสายตระกูลมีข้อดีและข้อเสียดังนี้
ww 4.2.1 ข้อดี มีดังต่อไปนี้คือ
ww 4.2.1.1 เพิ่มโอกาสที่จะได้ลูกที่มียีนเหมือนบรรพบุรุษที่ต้องการ
ww 4.2.1.2 ได้ลูกหลานเหมือนต้นสายพันธุ์ที่ดีเยี่ยม
ww 4.2.2 ข้อเสีย เกิดเหมือนกับการผสมแบบเลือดชิด
ww4.3 การผสมนอกสายพันธุ์ มีข้อดีและข้อเสียดังนี้
ww 4.3.1 ข้อดี มีดังต่อไปนี้คือ
ww 4.3.1.1 ได้ยีนตัวใหม่ ๆ เข้ามาในฝูง
ww 4.3.1.2 หลีกเลี่ยงการผสมแบบเลือดชิด
ww 4.3.1.3 ได้สัตว์ลักษณะที่ดีขึ้น
ww 4.3.2 ข้อเสีย เกิดขึ้นน้อยมาก

หน้า 1  2  3  4  5